[OS]Step By Step (EHxRW)

posted on 14 Aug 2015 21:45 by ryeomashita

Fan fiction : [OS]Step By Step

rage : G

EunhyukXRyeowook

13Albus [Ryeomashita] present

ทักษะการเต้นของคิมรยออุค..

https://youtu.be/SXaVrJ5lavw


[OS]Step By Step

 

      มิถุนายน 2009

“นายว่าจะโชว์ solo อะไรนะ” อึนฮยอกละสายตามากจอโทรทัศที่ตัวเองกำลังดูอยู่

“ผมอยากจะโชว์เต้น ผมจริงจังมาก”

อีกฝ่ายเลิกคิวขึ้นสูงอย่างไม่อยากเชื่อ แต่ก็ค่อยๆพยักหน้าหงึกๆ ในเมื่อคนตัวเล็กกว่าคนที่กำลังทำท่าทางจริงจังอยู่นี่คือ คิม รยออุค เมนร้องหลักของวง super junior ที่ห่างไกลกับคำว่าโชว์เต้นมากนัก

“แล้วนายอยากจะเต้นเพลงอะไร” อึนฮยอกถาม

“ยังไม่รู้เลย พี่ช่วยผมคิดสิ” รยออุคมองอย่างขอความเห็น เขาเปิดเพลงในยูทูบดูหลายๆเพลงแต่ไม่มีเพลงไหนที่เขาน่าจะเต้นได้เลย พี่ฮันเกิงเดินออกมาจากห้องมานั่งหน้าทีวีด้วยและมองท่าทางว้าวุ่นใจของลี่ชวี่

“เขาจะทำอะไรน่ะ” ถามคนที่นั่งอยู่ก่อน

“เขาจะโชว์เต้นใน Solo ใน SS2 ของเราฮะ”

“โอ้..” หัวหน้าวงเอสเจเอ็มพยักหน้าแล้วหันไปสนใจทีวี ซึ่งในจอโทรทัศน์ก็ฉายเพลง Insomnia ของ ฮวีซองขึ้นมา

“อ๊ะ!!  เพลงนี้ผมจะเต้นเพลงนี้”

แล้วเมนเต้นหลักสองคนในวงก็ต้องหันขวับมาทางเสียงแหลมๆที่โผล้งออกมา อย่างไม่เชื่อหู

“แล้ว..พวกพี่จะช่วยผมใช่มั้ย” ฮันเกิงไม่สบตาน้อง รยออุคจึงหันไปหาอีกคน “ใช่มั้ยพี่อึนฮยอก พี่เคยช่วยผมมาตลอดนะ!”

“ฉันไปช่วยนายอะไรตอนไหนเมื่อไหร่??” ท่าทางหวาดกลัวที่จะต้องสอนรยออุคเต้นเพลงยากๆ ทำให้มักเนปลอมย่นจมูกอย่างไม่พอใจ

“ผมจองห้องซ้อมใต้ดินไว้ ถ้าพี่ว่างก็มาช่วยดูให้หน่อยแล้วกัน ..แค่นี้ทำให้ผมได้ใช่มั้ย” น้องเล็กที่ชอบเสียมารยาทพูด

รยออุคกลับเข้าห้องของตัวก่อนจะอมยิ้มกับตัวเอง เขาชอบความคิดที่จะโชว์เพลงเต้นนี้มาก เพราะว่าเขาจะได้กลับไปนึกถึงเรื่องเก่าๆความพยายามเก่าๆที่แทบลืมเลือนไปแล้ว..

 

      กันยายน 2005

"สวัสดีครับ คิมรยออุค พูดครับ..  ครับ" รยออุครับสายโทรศัพท์เบอร์โทร

ที่ไม่รู้จักอย่างสุภาพ ก่อนจะนิ่งฟัง"ครับ..  ครับ  ได้ครับว่างครับ..  ผมจะไปฮะ สวัสดีครับ"

ค่อยๆปิดโทรศัพท์คิ้วขมวดอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก ก่อนจะหยิบนามบัตรในหนึ่งออกมาจาก

กระเป๋าตังเพื่อเปรียบเทียบเบอร์โทร สายตาไล่จากด้านบนลงไป บริษัท SM entertainment

ชื่อผู้จัดการฝ่ายศิลปิน.. และเบอร์โทรศัพท์ด้านล่าง      

     มันตรงกันกับเบอร์ที่เพิ่งโทรเข้ามาเมื่อครู่นี้ รยออุคอ่านทวนเป็นครั้งที่3 เขาโดนเรียกตัว

ให้เข้าไปพบจริงๆหรอเนี่ย     

 

    วันที่จะเดบิวท์ นักร้องกลุ่มใหม่ของ บริษัทได้กำหนดไว้แล้ว ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

ทงเฮและอึนฮยอก เดินอย่างอารมณ์ดีไปตามทางเดินเพื่อเข้าไปหาเพื่อนๆในห้องซ้อม

ทั้งสองเหงื่อเปียกท่วมตัวจนต้องเปลี่ยนเสื้อเป็นครั้งที่สองแล้ว ทั้งคู่ซ้อมหนักเพื่องาน

โชว์เคสของ ซุปเปอร์จูเนียร์ 05วงน้องใหม่ที่กำลังจะเดบิวท์เร็วๆนี้

 

"ชั้นว่าท่าเต้นตอนที่นาย ต้องออกมาด้านหน้า เหมือนมาท้ากับทีมชั้นน่ะมันเจ๋งมากเลย"

"อื้มใช่มะ เหมือนยกพวกตีกันเลยอะ ชั้นกำลังคิดว่าคนอื่นๆต้องออกตัวเกือบจะพร้อมๆ

กันด้วย จะได้ดูมีพลัง" ฮยอกแจพูดอย่างมุ่งมั่น

 "สวัสดีครับ!!"ทั้งสองพูดพร้อมกันอย่างแข็งขันก้มหัวให้เมื่อเดินสวนกับผู้จัดการคนหนึ่ง

เขาเดินมาพร้อมกับเด็กผู้ชายท่าทางเงอะงะ  ทงเฮเหลียวมองตามเช่นเดียวกับอึนฮยอก

พวกเขาไม่เคยเห็นเด็กคนนั้นมาก่อน "เด็กนั่นเหมือนนายเลยนะ"อึนฮยอกออกความเห็น

"เด็กใหม่ละมั้ง ดูท่าทางนุ่มนิ่มจัง"ทงเฮวิจารณ์ "อ่าวเฮ้ย เหมือนชั้นตรงไหนเนี่ย"โวยวาย

ต่อเมื่อนึกได้

"ฮ่าฮ่า ตอนนายมาใหม่ๆก็เอ๋อๆแบบนี้แหละ ไม่รู้หรอ"อึนฮยอกว่าพลางหัวเราะตบไหล่เพื่อน 

    

 

นี่เป็นวันแรกของการเป็นเด็กฝึกหัดในค่ายเพลงของรยออุค เขาได้ก้าวไปข้างหน้าอีก

ก้าวแล้ว  ความพยายามในการลดน้ำหนักของเขาได้ผล ตึกเอสเอ็มเป็นตึกไม่ใหญ่เท่าไร

แต่ตั้งอยู่ในย่านหรูของกรุงโซล 

 

รยออุคกำลังเดินตามผู้จัดการคนหนึ่งขึ้นไปห้องซ้อมของเด็กฝึกหัดหน้าใหม่ ในใจเต็มเปี่ยม

ไปด้วยความมุ่งมั่นแต่ก็หวาดหวั่น เค้าจะทำให้ได้ในเมื่อก้าวมาถึงตรงนี้แล้ว

 

"ที่นี่จะแบ่งห้องซ้อมออกเป็น4ห้องอยู่ชั้น3และ4 ห้องที่นายจะต้องมาซ้อมต่อจากนี้อยู่

ชั้น4ในสุดนะ"ผู้จัดการอธิบาย"ส่วนห้องอื่นจะมีศิลปินในสังกัดที่จะต้องซ้อมเป็นประจำ

อย่างดงบังชินกิ โบอา"รยออุครับคำพยักหน้ารู้สึกตื่นเต้นขึ้นเมื่อได้ยินชื่อศิลปินที่กำลัง

ดังมากในขณะนี้

 

"สวัสดีครับ!!"เด็กหนุ่มสองคนที่เดินสวนมาทำความเคาพรแข็งขันกับพี่ผู้จัดการ

รยออุคมองพวกเขา  ทั้งคู่เหงื่อโซมตัว  แต่ดูร่าเริงสดใส ทรงผมดูประหลาดแม้ไม่ได้เซ็ต

อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน 
"สองคนนั่นเป็นรุ่นพี่นายนะกำลังจะได้เดบิวท์เร็วๆนี้ ต่อไปก็ทักทายเค้าด้วยล่ะ"ผู้จัดการบอก 

 

เมื่อถึงห้องซ้อม ผู้จัดการแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับเพื่อนใหม่ก่อนจะทดสอบพื้นฐานการ

เต้นของรยออุค "เต้นหรอครับ?"รยออุคพูดทวนอย่างหนักใจ เค้าตั้งใจฝึกซ้อมนะแต่ซ้อมร้องเพลงอะไม่ได้ซ้อมเต้น แย่แล้ว

"ก็ใช่น่ะสิ"ผู้จัดการพูดสะบายๆ "นายไม่เคยเต้นเลยหรือไง"

"เปล่าครับ"รยออุครีบตอบ ท่ามกลางสายตาของเด็กฝึกหัดคนอื่นๆที่ดูเหมือนจะเด็กกว่า

เขาทั้งนั้น รยออุคคิดว่าเค้าคงไม่มีอะไรจะให้อายกว่านี้แล้ว  รยออุคค่อยๆอออกสเต็ปเต้น

เพลงช้าๆเพลงหนึ่งของ S.E.S.ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคัก และการลูบหน้าอย่างกลุ้มๆของ

ผู้จัดการ"เพลง Oh my love..นายเป็นแฟนคลับใครในวงรึป่าวน่ะ"ผู้จัดการถามยิ้มๆ

รยออุคเต้นค้าง อยากจะตอบว่าเขาชอบรุ่นพี่บาดา"โอเค.. สงสัยจะต้องฝึกตั้งแต่พื้นฐานเลยล่ะ"

 

 

      ตื่อ ตื้อ ดื้อ ดึ ตึด ตึด ตือ ดือ~ อินโทรเพลง ทวินดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สลับกับเพลง

ขาแด๊นหลากหลายว่าที่สามาชิก ซุปเปอร์จูเนียร์05 กำลังซ้อมเต้นกันอย่างต่อเนื่องโดย

ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยกวันน้องเล็ก คังจุนยังอีทึกเป็นคนเดียวที่รู้สึกว่าปัญญานี้ไม่ใช่เล็กๆ

..หลังการฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวันแม้ว่าจะเหนื่อยแต่อีทึกก็จะเข้าไปคุย 
"จุนยัง วันนี้เป็นยังไงบ้าง"พี่ใหญ่เดินเข้ามานั่งลงข้างๆน้องที่สีหน้าตึงเครียด

"อีกไม่นานแล้วนะ ความฝันของพวกเรา"

แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบอะไรเอาแต่ก้มหน้า "พี่ฮะ ผมเหนื่อยเหลือเกิน..ผมอาจจะเด็กเกินไป" 
"นายต้องไหวสิ สู้มาขนาดนี้แล้ว" อีทึกยิ้มให้กับหน้าที่ซุกกับหัวเข่า ทันทีใบหน้านั้นก็โผเข้า

กอดพี่ชายแน่น ตัวสั่นพร้อมกับอาการสะอื้นเงียบๆ อีกทึกได้แต่กอดตอบน้องชายไว้

ไม่ว่าเค้าจะยืนหยัดอยู่ด้วยกันต่อไปได้หรือไม่จุนยังก็จะยังเป็นน้องของเขาเสมอ

 

 

 งานโชว์แคส แดนซ์แบ็ทเทิลกลางเดือนตุลาผ่านไปด้วยดี แต่แลกมาด้วยฟางเส้นสุดท้าย

ของจุนยัง..ทุกคนรู้สึกได้ถึงความไม่แน่นอนในอนาคตของตัวเองอีกครั้ง ขนาดคนที่ฝึกมา

ด้วยกันยังถอดใจกันง่ายๆแบบนี้ แล้วที่พวกเขาเฝ้าพยายามกันอยู่นี่มันจะมีความหมาย

จริงหรือ แต่ไม่ว่ายังไง พวกเขาก็จะต้องก้าวต่อไป..เด็กฝึกหัดคนใหม่ก็จะถูกเติมเข้ามาแทน

  มันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว..      

 

 

พี่อีซึงฮวานผู้จัดการหลักของกลุ่มบอยแบนใหม่นี้ เดินเค้ามาในห้องซ้อม พร้อมกับ"คนใหม่"

และพี่ทักยองจุนผู้จัดการอีกคน  อีกทึกหยุดกลางจังหวะซ้อมและรีบเดินเข้าไปหาใกล้ๆ ตาม

สัญชาตญาณหัวหน้าวงที่ต้องรับรู้ทุกๆเรื่องที่กำลังจะเข้ามา มองหน้าพี่ซึงเป็นเชิงถาม 

แต่ทุกคนก็กำลังจะได้คำตอบทันทีอยู่แล้ว  พี่ยองจุน มองอีกทึกแล้วพยักหน้านิดหนึ่ง

ก่อนจะพูดเสียงดังให้ได้ยินทั่ว "พวกนาย มารวมกันทางนี้หน่อย!"ทุกคนหยุดเต้น

แล้วปิดเพลงเดินเข้ามาหา 

"นี่คิมรยออุค ตั้งแต่วันนี้ไปจะมาอยู่ทีมเดียวกับพวกนาย"มองไปทุกใบหน้า

"รยออุคเองก็เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน ยังไงมีอะไรก็ช่วยเหลือกันด้วยนะ” พลางยกมือขึ้นตบไหล่

สมาชิกหน้าใหม่เบาๆดันตัวไปข้างหน้า อย่างฝากฝัง 

 ทุกคนตอบรับคำ "คร้าบบบบ"แล้วซองมินก็ละสายตาเดินไปเปิดเพลงต่อ 


     เท่านี้เองหรอ..รยออุคคิดเค้ากลัววินาทีที่จะต้องมาเจอกับรุ่นพี่ในวันนี้จนนอนไม่หลับทั้งคืน

กังวนมากมายแต่เหมือนไม่มีใครสนใจเขาเท่าไร

 

      ทุกคนยังคงซ้อมเต้นต่อไป เป็นเพลงที่เร็วและท่าเต้นซับซ้อมจริงๆ รยออุคนั่งลงข้างๆ

พี่ซึงฮวานดูทุกคนซ้อมจนได้เวลาเลิก ทุกคนนั่งพักอย่างสะบายๆ"เฮ้ย ฮยอกแจเจ้าหมอนั่น..

"ทงเฮสะกิดเพื่อนซี้ให้หันไปสนใจเด็กใหม่เป็นครั้งแรก พี่ทึกพี่ซึงฮวาน และเด็กใหม่นั่นนั่ง

คุยกันอยู่ "มันหน้าตาคุ้นๆมั้ย ท่าทางเอ๋อๆนั่นน่ะ"ทงเฮถามความเห็น ฮยอกแจจ้องแต่ก็

นึกไม่ออก "ไม่รู้สิ""รยออุค นี่คือรุ่นพี่พักจองซู ต่อไปนี้นายจะต้องย้ายเข้ามาอยู่หอเดียว

กับทุกคนและเป็นรูมเมตกับพี่เค้านะ" พี่ซึงฮวานอธิบาย"ชื่อรยออุคใช่มั้ย"พี่ทึกพูดอย่าง

ใจดีแล้วดึงมือน้องชายเพื่อแนะนำตัวกับทุกคนอีกครั้ง"ตรงนั้นคือพี่ซองมิน พี่ชินดง

พี่คังอิน พี่เยซอง"อีทึกชี้ไม้ชี้มือ รยออุคก้มหัวให้กับทุกๆคน "ส่วนนั่นพี่ฮันคยอง เค้าเป็น

คนจีนนะแต่พูดเกาหลีได้"รยออุคมองคนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ไกลๆ พยักหน้า

"แล้วนี่พี่ซีวอน พี่ทงเฮ แล้วก็เจ้าฮยอกแจ หรือพี่อึนฮยอก"อีกทึกตบไหล่อึนฮยอกที่เดินเข้า

มาดูหน้าเด็กใหม่ใกล้ๆอย่างสนใจ รยออุคเองก็มองหน้าพี่อึนฮยอกและจำได้ทันทีว่าเค้าคือ

รุ่นที่รยออุคเห็นก่อนหน้านี้ รวมทั้งพี่ทงเฮด้วย 
"สวัสดีครับรุ่นพี่"รยออุคพูดขึ้นทันทีด้วยจำได้ว่าโดนสั่งไว้อึนฮยอกทำหน้างงตอบ

"ต่อไปก็คิบอม รุ่นเดียวกับนายนะรยออุค"อีทึกหันซ้ายขวา  แล้วเรียก "คิบอม?"

เจ้าตัวก็ทำเสียงตอบรับเบาๆที่มุมหนึ่ง ยกมือทักทาย "อ่าแล้วขาดใครอีก อ้อ..ฮีชอล"

"กลับไปแล้วครับ" คิบอมตอบ "พี่ฮีชอลเค้าลืมให้อาหารแมวไว้เลยรีบกลับหอไปก่อน"

"โอเคไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ได้เจอกัน"อีทึกว่า "ก็เท่านี้และทีมของเรามีทั้งหมด 12คนนะ

รวมนายด้วย"อีทึกพูดจบก็หันไปทางพี่ซึงฮวานอีกครั้ง"ทุกคนกำหนดการเดิมที่เราจะ

เดบิวท์ยังเป็นเหมือนเดิมนะ"พี่ผู้จัดการพูด รยออุคนิ่งฟังเขาเองยังไม่ค่อยรู้อะไรนัก

"วันที่ 6 พฤศจิกานี้"

ทุกคนยกเว้นรยออุคมองอย่างไม่เชื่อหู..

กับการเปลี่ยนตัวสมาชิกในวินาทีสุดท้าย ทางบริษัทยังจะให้เปิดตัวกำหนดเดิมอีกหรือ

"พี่ครับ แล้วเด็กใหม่นี่จะทำยังไง มีเวลาไม่ถึงสองอาทิตย์" ทงเฮมองอย่างกังวนมาที่รยออุค 
"เราเชื่อว่ารยออุคมีสักยภาพพอ เขาจะฝึกเต้นให้ทัน" พี่ซึงฮวานพูดหนักแน่น

"เราจะเปิดตัวช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วน่ะ"

--------------------แอบมาแต่งต่อ20150315--------------------------

 

รยออุคค่อยๆทำความเข้าใจกับคำว่า "วันที่ 6 พฤศจิกานี้" อย่างช้าๆรวมกับประโยคก่อนหน้าที่บอกว่า

กำหนดการเดบิวท์ยังเหมือนเดิม.. เขาจะเดบิวท์ในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านี้แล้ว O.o

 

สายตาบางคู่ลอบหันมามองเขาเมื่อพี่ผู้จัดการออกจากห้องซ้อมไป พี่อีทึกเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วตบบ่าเขา

เพื่อให้กำลังใจเบาๆ "ตั้งใจซ้อม เรามีเวลาไม่มาก" รยออุคได้แต่พยักหน้ารับ เพลงทวินดังขึ้นอีกครั้ง

และรยออุคก็รู้ว่าเขาไม่ได้ถูกเรียกมาฝึกในห้องเพื่อเป็นเทรนนี่อีกแล้ว..

เพลงทวินเปิดซ้ำไปซ้ำมาในห้องซ้อมอย่างไม่มีเวลาหยุดพัก รยออุคไม่มีเวลาแม้แต่จะเรียนท่าเต้น

เขาจำต้องค่อยๆเต้นมั่วๆตามพี่ๆไป และมันออกมาแย่มากเพราะตัวเขาเองไม่มีทักษะการเต้นอะไรเลย

รยออุคมีสีหน้ากดดันอย่างเห็นได้ชัดในทุกๆครั้งที่เริ่มเต้นกันใหม่ ในที่สุดหลังจากเวลาผ่านไปได้สาม

ชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววเลยว่ารยออุคจะเต้นตามได้ อีทึกที่สังเกตุอยู่ตลอดก็บอกให้ทุกคนพัก

รยออุคหอบหายใจและเอามือเท้ากับเข่า เม็ดเหงื่อไหล่ซึมมาตามเส้นผมและหยดลงบนพื้นห้อง

"เป็นยังไงบ้าง" อีทึกทัก เขาเดินเข้ามาหาน้องชายคนใหม่และพาเดินไปมุมหนึ่งเงียบๆ

"เท่าที่พี่เห็น นายไม่เคยฝึกเต้นมาเลยใช่มั้ย?" อีทึกถามตามตรง มันตรงและแทงใจดำ

"ไม่เคยครับ" รยออุคตอบก้มหน้า แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามากจากประโยคธรรมดาประโยคนึงทำให้

รยออุคคิดไปต่างๆนานาว่า เขาอาจจะได้มาอยู่กลุ่มนี้เพียงแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น

"ไม่เป็นไร พี่กะแล้ว" อีทึกยิ้มเครียดๆให้แล้วหันไปตะโกนกับเมมเบอร์ "ฮยอกแจอ่ามานี่หน่อย"

คนที่ชื่อฮยอกแจหยุดคุยกับเพื่อนแล้วเดินมาหา คนคนนี้เป็นคนที่จะเต้นอยู่ด้านหน้าแทบจะตลอดเวลา

ไม่บอกรยออุคก็ดูออกว่าเขาเป็นเมนเต้นหลักของวงคนหนึ่ง

"นายไปสอนรยออุคที" พี่ใหญ่สั่งสั้นๆ ฮยอกแจเปิกตาโตแล้วชี้หน้าตัวเอง ก่อนจะพยักหน้ารับ

"สอนตั้งแต่พื้นฐาน เอาให้แน่น" รยออุคยังไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองพี่ๆ

"นายมีเวลาสองวัน ทำให้รยออุคเต้นเพลงนี้ให้ได้" อึนฮยอกพยักหน้าและเริ่มมีสีหน้าจริงจัง ก่อนจะ

ถอนหายใจออกมาเบาๆ อีทึกทิ้งสองคนไว้ที่มุมห้องแล้วทั้งทีมที่เหลือก็กลับไปซ้อมกันต่อ

"รยออุคสินะ" อึนฮยอกเริ่มคุย "นายเต้นอะไรเป็นบ้าง มาเต้นให้ดูหน่อย"

รยออุคเงยหน้า พี่คนนี้มีสีหน้าจริงจังแต่เขาก็ไม่ได้อารมณ์เสียใส่เขา น้ำเสียงนั้นทำให้เขาสะบายใจ

"ครับ" สเต็บแดนซ์ของรยออุคแย่มาก - - ไม่มีพื้นฐานเลยจริงๆ

"โอเคเข้าใจแล้ว" อึนฮยอกใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง "นายรอตรงนี้แป๊ป"

รยออุคนั่งลงอย่างไม่รู้ชตากรรม เมื่อพี่ฮยอกแจเดินออกจากห้องซ้อม เขาได้แต่มองเมมเบอร์คนอื่นที่

ซ้อมต่อไปโดยไม่มีทีท่าจะรับรู้เลยว่าเขานั่งอยู่ตรงนี้น แต่ไม่ถึงสิบนาทีครูสอนเต้นจำเป็นของเขาก็กลับมา

อีฮยอกแจ กวักมือเรียกเขาให้ออกมากห้องไปด้วยกัน

"ฉันไปขอเปิดห้องซ้อมใหม่ที่ชั้นใต้ดิน" อึนฮยอกพูด "เราจะซ้อมกันที่นั่น"

"ครับ.. ขอโทษครับ"

"ขอโทษทำไม เราเป็นทีมเดียวกันแล้วนะ"

"นายโชคดีมาก ที่ได้เดบิวท์เร็วแบบนี้ นายไม่อยากจะรู้หรอกว่าฉันเป็นเด็กฝึกมานานไหน"

ทั้งสองคนค่อยๆลงมาถึงชั้นล่างและกำลังจะลงไปถึงชั้นใต้ดิน"

"พี่.. ฝึกมานานแค่ไหนแล้วหรอครับ" 

"อยากรู้หรอ?" อึนฮยอกเว้นวรรค "5 ปี.. ดังนั้นนายต้องรู้ว่าว่านายน่ะโชคดีมากๆ"

"ครับ"

"มีแต่ฝึกซ้อมเท่านั้นที่จะทำให้นายเต้นได้ ฉันทำได้แค่สอน"

ทั้งสองมาถึงหน้าประตูที่่เขียนว่า ห้องซ้อมหมายเลข4

"ไม่มีคำว่าเหนื่อยสำหรับพวกเรา นายเข้าใจใช่มั้ย?"

"ครับ" รยออุครับคำ ในขณะที่เขาและพี่ชายกึ่งครูก้าวเข้ามาในห้อง

"ครับ ผมจะฝึกให้หนัก"

 

รยออุคคิดว่าท่าเต้นต่างๆที่พี่อึนฮยอกสอนเขานั้นยากมาก ยากเกินกว่าคำว่าท่าเต้นพื้นฐาน

ตามที่พี่อีทึกสั่งไว้ก่อนจะลงมาข้างล่าง รยออุคหอบหายใจแทบจะตลอดเวลาในช่วงแรกๆ

แต่เพราะการฝึกเต้นที่ไม่ได้หยุดเลยทำให้ร่างกายของเขาเริ่มปรับตัวได้และหอบน้อยลง

ครูของเขาจะเต้นเป็นแปดสเต็ปช้าๆให้รยออุคดูสองครั้งเท่านั้น เพื่อนให้รยออุคจำได้

และต่อจากนั้นก็จะเต้นในจังหวะปกติไปพร้อมๆกัน รยออุคไม่กล้ามี่จะดูเวลาว่ามันได้ผ่าน

ไปมากน้อยแค่ไหน แต่เวลาในห้องนี้เหมือนจะเดินช้าเหลือเกิน มีคำสนธนาไม่กี่คำที่เขา

พูดกับพี่ชายที่ซื่อฮยอกแจ ระเบียบร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่ครูย้ำอยู่หลายครั้ง พลังในการ

เคลื่อนไหวเป็นสิ่งรองลงแต่สำหรับ"ทีมเรา" พลังก็สำคัญ ตอนหลังรยออุคจึงสรุปได้ว่า

ไม่ว่าอะไรที่พี่เขาสอนมันก็สำคัญทั้งนั้น รยออุคกดดันตัวเองมากขึ้นเมื่อเขาายังต้องซ้อม

อยู่ในท่าเดิมซ้ำๆและคิดว่าเวลาน่าจะผ่านไปหลายชั่วโมงเต็มทีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ยินเพลง

ทวิตเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขามีเวลาแค่สองวันนะพี่ฮยอกแจจะให้ฝึกพื้นฐานไปถึงเมื่อไร

"เอาล่ะ พักก่อน" ราวกับเสียงสวรรค์ รยออุคทรุดลงนั่งลงกับพื้นแทบจะในทันที มือของเขา

เปียกชื้นและเสื้อยืดของเขาก็เปียกเพราะเหงื่อ พี่ฮยอกแจดูไม่เหนื่อยเท่าไร และรยออุค

ก็เห็นว่าพีเขายิ้มบางๆ "นายทำได้ดีนะ"

"ขะ ขอบคุณครับ"

"เรายังต้องฝึกท่าพื้นฐานกันอีกสักหน่อย" อึนฮยอกว่า ในขณะที่ยืนว่างๆเขาก็เต้นท่าฟรีสไตร์

"ผม..แล้วเมื่อไรผม"

"เมื่อไหร่นาย?.. เมื่อไหร่นายจะได้ฝึกเต้นเพลงของพวกเราน่ะหรอ?"
รยออุคพยักหน้าเร็วๆ เขากลัว กลัวว่าถ้าเขาฝึกไม่ทันเขาจะโดยปลดจากทีมก็เท่านั้น

"น่าจะ.. พรุ่งนี้บ่ายๆถ้านายทำได้ดี ฉันว่าจะให้นายฝึกเพลงของเรา"

รยออุคมีสีหน้าเจ็บปวดและกังวลใจหนักกว่าเก่า แต่ก็เรียกได้แต่รอยยิ้มที่กว้างขึ้นของพี่ชาย

"ไม่ต้องรีบน่า นายทำได้ดีแล้ว"

รยออุคคงทำอะไรไม่ได้นอกจากเชื่อในสิ่งที่พี่อึนฮยอกพูด เขาได้แต่พยักหน้ารับแล้วรีบลุกขึ้นยึน

เพราะพี่ชายไปประจำอยู่หน้ากระจกพร้อมเริ่มเต้นอีกครั้งแล้ว

 

ด้านบนในห้องซ้อมหลักของกลุ่มที่เตรียมจะเดบิวท์ภายใต้ชื่อ Super Junior 05 ก็กำลังซ้อม

อย่างแข็งขัน พวกเขามีทักษะที่ถูกฝึกกันมาหลาายปี บางคนก็รักในการเต้นมานานแล้วก่อนที่

จะเข้ามาอยู่เป็นเทรนนี่เสียอีก เรียกได้ว่าพวกเขาแทบจะพร้อมร้อยเปอร์เซ็นแล้วสำหรับการเดบิวท์

คิมฮีชอล กลับเข้าบริษัทมาฝึกซ้อมอีกครั้งในตอบเย็น และเขายังไม่รู้ว่าตอนนี้มีสมาชิคใหม่เข้ามา

ในกลุ่มแล้วจนกระทั่งช่วงพักสามสิบนาทีเพื่อทานอาหารเย็นในตอนสองทุ่ม

"เด็กใหม่หรอ"

"อืม ชื่อคิม รยออุค" อีทึกอธิบาย "ตอนนี้ฉันให้ฮยอกแจไปสอนเต้นให้ แต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะยังไง"

"อะไรกัน มีคนเต้นแย่กว่าฉันอีกหรอ?"

"อีกสักสองวัน ก็หวังว่าเขาจะทำได้อะนะ ในเมื่อเราจะเปลี่ยนคนอีกก็ไม่ทันแล้ว"

"ใจร้ายจังนะ" ฮีชอลพูด "นี่ถ้าฉันเต้นไม่ได้นายก็คงจะเปลี่ยนฉันออกเหมือนกันมั้ย"

"ฉันน่ะหรอใจร้าย?" อีทึกถอนหายใจ "ฉันมีน้องๆที่จะต้องตามฉันมาไปอีกหลายคนนะ"

อีทึกมองไปอีกทาง "ถ้าเด็กคนนั้นไม่พร้อม มันไม่ใช่เพราะฉันใจร้ายหรอก นายก็รู้ดีนี่"

"แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ไหน"

"ห้องฝึกใต้ดิน"

"ฉันไปดูได้มั้ย?"

"ไปไหนผมไปด้วยยย" อีทงเฮน้องรัก เข้ามาแทรกบทสนธนา "ผมไปด้วยๆ"

 

ฮีชอลกับทงเฮเดินลงไปด้วยกัน และพวกเขาก็ได้ยินเสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้นห้องที่เกิดจากการเต้น

อึนฮยอกนั่งอยู่ด้านหลังกับกล่องข้าว และมีเด็กอีกคนกำลังเต้นในท่าต่างๆ อยู่หน้ากระจก

"ว า ว" ทงเฮกระซิบ

"เด็กนั่นน่ะหรอ"

"อื้ม"

"เขาเต้นเป็นไง"

"ดีกว่าเมื่อเช้านะ"
"เทียบกับฉันล่ะ"

"ก็ต้องพี่เก่งกว่าอยู่แล้ว"

"งั้นเลยหรอ..งั้นก็อาหารหนักน่ะสิ"

"อืม"

"หนอยเจ้าเด็กนี่" ฮีชอลเคาะหัวน้องชายมกโพของเขาเบาๆ "เอาไว้เรารอดูตอนเขาพร้อมแล้วกัน"

"จะกลับแล้วหรอ?" ทงเฮถาม"ผมอยากดูต่อ"

"ไปซ้อมต่อมั้ย?"

"แหม.. เพิ่งจะเคยเห็นพี่พูดชวนไปซ้อมก็วันนี้"

และก่อนที่ทงเฮจะโดนอีกมะเหงกนึง เด็กน้อยก็รีบวิ่งหนีนำขึ้นไปห้องซ้อมก่อนแล้ว 

 

อึนฮยอกค่อยๆตักพุลโกกิกินอย่างมีความสุข เขาฝึกซ้อมหนักใหนจะต้องมาฝึกให้เด็กใหม่นี่อีก

เขาสมควรได้กินอาหารดีดีๆ นี่ถ้าเขาไม่เกรงใจว่าตัวเองยังเป็นแค่เด็กฝึกเขาก็อยากจะสั่ง

พิดซ่ามาสักถาด อึนฮยอกตื่นจากความฝันของเขาเพราะเสียงตัด ตุบ เหมือนของหนักๆ

ตกพื้นอย่างแรง คิมรยออุคเพิ่งเต้นเสียหลักและล้มลงไป

 

"พักก่อนมั้ย"

"ยังครับ ผมยังต้องฝึกอีก"

"พักก่อน"

แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ จนครูฝึกจำเป็นต้องลุกไปปิดเครื่องเสียง

"พี่.."

"กินข้าว" อึนฮยอกว่า "ถ้านายไม่กินตอนนี้ จะเอาที่ไหนไปฝึกเล่า"

รยออุคจำต้องหยุดแล้วตามพี่ชายลงนั่งข้างๆกล่องข้าวของเขา

"กิน"

อึนฮยอกพอใจพอสมควรที่เด็กนี่ว่าง่าย เขาเข้าใจว่ามันมีแรงกดดันและเด็กคนนั้นก็มีความตั้งใจดี

แต่ว่ามันก็ต้องรู้เวลาบ้าง เขาไม่อยากจะมาหามหมอนี่ไปโรงพยาบาลก่อนที่พวกเขาจะเดบิวท์กันนะ

ทั้งสองคนกินข้าวกันไปเงียบๆ อึนฮยอกกินข้าวจนเกือบหมดกล่อง เขาทำท่าจะลุกไปหาน้ำดื่มก็

พอดีหันมาเห็นลูกศิษของเขาไม่ยอมกินข้าว ไม่ใช่สิ กินข้าวไปนิดเดียวเท่านั้น

"ทำไมไม่กินล่ะ"

"ผม.. ไม่หวิว" รยออุคตอบ "ผมกลัวจะจุกด้วย"

"กินอีก นายต้องการพลังนะ"

รยออุคพยักหน้า เขามีสีหน้าดีขึ้นหลังจากได้พักยาวนานกว่าสิบนาที แต่เด็กน้อยหน้าใหม่ก็ขยับช้า

เหลือเกินจนอึนฮยอกต้องส่ายหัว

"ฉันกันซะเกือบหมดกล่อง ยังไม่เป็นไรเลย" พี่ชายยืนขึ้นยืดตัวตรง "ถ้าฉันกลับมานานต้องกินให้เสร็จ

อย่างน้อยๆก็ต้องครึ่งกล่อง.."

รยออุคถูกทิ้งไว้ในห้องซ้อม เขามองตัวเองที่เหลือโทรมกายในกระจกเงา รยออุคไม่รู้เหมือนกันว่า

เขาจะกินข้าวลงได้ยังไง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาหิวหรือเปล่า แต่เขาก็ต้องกินเพราะพี่อึนฮยอกบอกอย่าง

นั้น รยออุคฝืนกินข้าวด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย

อึนฮยอกเดินออกมาจากห้องซ้อมแล้วตรงไปหาขวดน้ำเพื่อที่จะกรอกน้ำดื่มมาให้เขาเองและรยออุค

เขาไม่คิดว่าตัวเองจะกลับเข้าห้องนั้นไปเร็วนักเพราะว่า ถ้ารยออุคได้อยู่คนเดียวสักพักน่าจะทำให้

ลดความกดดันลงไปบ้าง เขาไม่ได้อยากจะกดดันน้องขนาดนั้นนะ.. อึนฮยอกเป็นหนึ่งในบรรดาเด็กฝึก

ที่ฝึกมายาวนานมากที่สุดคนหนึ่งในคายเอสเอ็ม เราโดนแรงกดดันมาไม่รู้เท่าไรแต่รยออุคคงไม่เคย

ได้สัมผัส.. เด็กคนนั้นเข้ามาใหม่ในโค้งสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะเปิดตัว เด็กคนนั้นแทบไม่รู้จักใครเลย

และเขาก็มีพี่ๆมากมายที่คอยรับน้องอยู่ ไม่เว้นแม้แต่เขา อึนฮยอกมีขวดน้ำสองขวดที่มีน้ำเต็มแล้ว

แต่เขายังนั่งพักอยู่ที่เชิงบันไดเพื่อปล่อยให้เพื่อนใหม่คนนั้นพักผ่อน

รยออุคได้ยินเสียงฝี่เท้าใกล้เข้ามาแล้ว แต่ข้าวเขายังลดไปไม่กี่คำ ซวยแล้ว

"ว่าไง" อึนฮยอกกลับมาแล้ว และทันทีที่เขาเห็นว่าน้องชายแตะข้าวไปนิดเดียว "นี่นาย..พูดไม่ฟังใช่มั้ย"

"ไม่ใช่นะครับ ผม.."

และไม่ทันที่รยออุคจะพูดอะไรอีก พี่ชายก็เข้ามาประชิดตัว มือยาวเอื้มไปตัดข้าวแล้วใส่เข้าปากอย่างไว

"กินไป" อึนฮยอกพูดพลางใช้ช้อนเขี่ยข้าวคำใหม่ "ทำไมต้องให้ฉันต้องรอด้วย เสียเวลา"

ไม่ว่าใครก็ตามที่กินข้าวไม่ลงก็จำต้องกินข้าวให้ลงแน่ๆหากมีคนมานั่งป้อนให้แบบนี้รยออุคได้แต่กินข้าว

ไปโดยไม่มีโอกาสได้พูดอะไรเพราะทันทีที่ข้าวหมดปาก ช้อนคำใหม่ก็มาถึงทันที

"คำสุดท้าย" อึนฮยอกว่า "นี่ฉันพี่พี่เลี้ยงเด็กหรือไงนะ"

"กินไปครึ่งนึงตามที่ฉันบอก ฝึกเต้นตามที่ฉันบอก เชื่อฟังฉันนั่นแหละที่นายต้องทำ"

รยออุคนิ่งฟัง ไม่ได้สบตา

"ในเมื่อพี่อีทึก ไว้ใจฉันให้สอนนาย.. ถ้านายเต้นไม่ได้ฉันนี่แหละจะซวย"

อึนฮยอกยิงไปหนึ่งดอก ประโยคไซโคที่เขาพูดออกไปนั้นไม่จำเป็นเลยเพราะจริงๆแล้วเด็กคนนั้นก็มีแรง

กดดันอยู่มหาศาลอยู่แล้ว แต่เขาก็ต้องพูดเพราะมันคือความจริง และพวกเขาทุกคนก็กำลังจะเข้าสู่โลก

แห่งการแข่งขันที่จะไม่มีใครยอมใครในสงครามของอุสาหกรรมบันเทิงเกาหลี

"ครับ" รยออุคเว้นจังหวะ เขาไม่แน่ใจว่าเขาพูดได้หรือเปล่าแต่เขาก็อยากจะพูด "ขอบคุณครับ"

"หือ?"

"ขอบคุณ ที่เหนื่อยสอนผม ไม่ว่าอะไรผมจะทำตามที่พี่บอกทั้งนั้นแต่ว่า.."รยออุคเงยหน้า "ช่วยผมด้วย

ช่วยให้ผมไปยืนอยู่บนเวทีเดบิวท์นั่นทีครับ"

อึนฮยอกเห็นแววตาที่มุ่งมั่นไม่ต่างจากแววตาของเขาเองในวันที่เขาเข้ามาอดิชั่นเข้ามาในค่ายนี้

เด็กคนนั้นอาจจะเป็นมือใหม่ แต่ความพยายามของเขาก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร ได้สิ เขาจะช่วยเอง

เพราะว่าเขาเองที่มาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะความพยายามทั้งนั้นนี่นา รยออุคอ่า นายอย่ายอมแพ้ไปก่อนล่ะ

ฉันจะจัดหนัก ฉันจะฝึกนายให้เป็นหนึ่งในทีมของเราได้อย่างไม่มีใครมาว่าเอาได้เลย

 

เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วที่ทั้งอึนฮยอกและรยออุคออกมาจากห้องใต้ดิน ทั้งสองคนหมดแรงจะพูดคุย

อะไรกันด้วยซ้ำ แต่จะไม่คุยก็คงไม่ได้เพราะว่าพี่ชายยังไม่รู้เลยว่า เด็กนี่จะต้องนอนที่ไหน?

รยออุคตามพี่ชายที่เขาใช้เวลาอยู่ด้วยทั้งวันในห้องซ้อม ขึ้นมายังห้องพักของพี่ผู้จัดการ

เพื่อมาเอาประเป๋าเดินทางของเขา รยออุคเก็บกระเป๋าเดินในเช้าวันนี้หลังจากได้รับ

โทรศัพท์ให้เตรียมตัวย้ายเข้าหอพักของวง Super Junior ในคืนนี้เลย

"นี่หรอกระเป๋านาย"

"ครับ"

อึนฮยอกถึงกับเหงื่อตกเมื่อเห็นกระเป๋าใบใหญ่ที่เหมือนจะอยู่ได้หลายปีของน้องชาย

แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรและออกแรงช่วยกันขนลงไปหน้าบริษัท แต่เพราะว่ากว่าที่พวกเขา

จะเลิกฝึกมันดึกมากแล้วจึงไม่มีผู้จัดการคนไหนจะขับรถไปส่งที่หอพักได้

"สงสัยพวกเราจะต้องไปแท็กซี่แล้วล่ะ"

"แต่ผมไม่มีเงินจ่ายนะครับ จะทำยังไง?"

"ไม่มีเงิน??? นามามาโซลได้ยังไงไม่มีเงินแม้แต่จะขึ้นแท็คซี่น่ะ"

"ตอนเช้าพ่อขับรถมาส่งน่ะครับ"

อึนฮยอกกุมขมับ ก่อนจะหยิบกระเป๋าตังตัวเองออกมา แต่ทว่าภายในนั้นไม่มีเงินเหลือพอ

จะซื้อบะหมี่ถึงสองถ้วยด้วยซ้ำ รยออุคมองการการะทำอย่างมีความหวัง

"เดี๋ยวฉันโทรถามพี่จองซูก่อน ว่าจะเอาไง" อึนฮยอกควักเหรียญออกมาและเก็บกระเป๋าตัง

รยออุคยืนอยู่หน้าตึกพร้อมกระเป๋าในขณะที่พี่ชายเข้าไปโทรศัพท์ตู้หยอดเหรียญด้านใน

ไม่นานเขาก็กลับมาอีกครั้ง

"เอาล่ะ ข่าวร้าย" อึนฮยอกพูด "เราต้องไปรถไฟใต้ดิน นายเดินไหวใช่มั้ย?"

รยออุคมาฝึกซ้อมที่บริษัทโดยการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินก็จริง แต่นี่เป็นครั้งแรก

ที่เขาจะต้องลากกระเป๋าเดินทางไปด้วยแบบนี้ สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีอัพกูจอง

แค่เดินเท้าอย่างเดียวก็กินเวลาประมาณ 15 นาที รยออุคหวังว่าหอพักของพวกเขา

จะอยู่ไม่ห่างจากสถานีใต้ดินมากนัก

อึนฮยอกเดินนำเด็กใหม่มุ่งสู่สถานีรถไฟใต้ดินอย่างไม่รีบร้อน เขาช่วยลากกระเป๋า

ของน้องชายด้วยความที่คิดว่า หากปล่อยให้รยออุคลากเองก็ดูจะรังแกน้องเกินไป

และหากโชคร้ายรยออุคเหนื่อยเกินเพราะการฝึกหนักจากเขา เขาก็จะต้องแบกทั้ง

ตัวรยออุคและกระเป๋าอยู่คนเดียว

"นายมาช่วยกันยกท้ายกระเป๋านี่"

"ขอบคุณครับพี่ ที่ช่วยผมยก"

"ฉันช่วยแค่ครั้งนี่แหละน่ะ"

"ยังไงก็ขอบคุณจริงๆ"

อึนฮยอกไม่ได้ตอบว่าอะไรอีก เด็กคนนี้พูดคำขอบคุณติดปากอยู่เสมอ เขาไม่คิดว่า

เขาได้รับคำขอบคุณจากใครบ่อยเท่าวันนี้เลย

รยออุคนั่งหลับและหัวเงยไปด้านหลังทันทีที่พวกเขาลงนั่งในขบวนรถไฟ

เนื่องจากคนเยอะและมีที่ว่างให้นั่งในฝั่งตรงกันข้ามกันเท่านั้น อึนฮยอกจึงได้แต่มอง

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องมาดูแลใคร เป็นครั้งแรกที่มีคนมาทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง

ในบรรดาเทรนนี่ มีรุ่นน้องบางคนเหมือนกันที่เขาให้คำแนะนำเพราะว่าอยู่ใน

กลุ่มเด็กที่เต้นเก่ง แต่พวกเขาก็ไม่เหมือนกรณีของรยออุค อึนฮยอกคิดได้ว่า

เมื่อไรก็ตามที่เด็กคนนี้เก่งพอที่จะฝึกตามทีมได้แล้ว เขาก็คงหมดหน้าที่

และความรับผิดชอบในตัวรยออุคก็คงไปตกอยู่กับพี่จองซู

ความรู้สึกที่มีคนเชื่อเราทุกอย่าง มันเป็นความรู้สึกที่ดีนะ และโดยที่ไม่รู้ตัว

อึนฮยอกก็เริ่มรู้สึกอยากปกป้องเด็กน้องใหม่คนนี้ขึ้นมา 

อึทึกอยากจะเขกหัวตัวเองมากๆที่เขาเลินเล่อ ปล่อยให้น้องในความดูแลสองคน

ต้องกลับบ้านดึกๆกับกระเป๋าเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน.. ทันทีที่ได้รับโทรศัพท์จาก

อึนฮยอก พีชายก็รีบออกมารอที่หน้าตึก เดินวงไปวนแล้วอยู่อยู่นั้น จนกระทั้ง

เขาคิดว่าเด็กพวกนั้นน่าจะใกล้ถึงแล้วจึงออกไปรอรับที่หน้าสถานีรถไฟใต้ดิน

ไม่ใช่ว่าเขางงไม่อยากให้น้องขึ้นแท็กซี่แต่ว่า.. ด้วยอะไรหลายๆอย่างเลยทำ

แบบนั้นไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร อีทึกก็ปัดความรับปิดชอบของตัวเองไม่พ้น

ไม่นานเกินรอ อึนฮยอกและรยออุคก็ขึ้นบันไดมา 

"เรียบรร้อยนะ?"

"ครับ"

ทั้งสามคนเดินกลับหอกันอย่างเงียบๆเพราะความเหนื่อย

หอพักที่รยออุคเห็นนั้นเป็นหอที่มีกันอยู่สองสามห้อง แต่ก็นับว่าเล็กมากเมื่อเทียบ

กับจำนวนคนที่พักอาศัยอยู่ที่นี่ ทั้งเมมเบอร์สิบกว่าคนรวมทั้งผู้จัดการ

รยออุครู้สึกว่าเขาไม่น่าจะเอากระเป๋าใบใหญ่ขนาดนี้มาเลยแต่ก็ไม่ทันซะแล้ว

"นายจะนอนห้องเดียวกับฉัน" อึทึกพูด และชี้ไม้ชี้มือไปบนเตียงที่อยู่ตรงข้าม

กับเตรียงพี่ปูด้วยผ้าปูเตียงสีขาว ปอกหมอนสีขาวและผ้าห่มสีขาว

รยออุคพยักหน้ารับ เขาเหมือนจะหมดแรงจนแบบพูดอะไรไม่ออก

"ฉันเก็บของออกแล้ว นายเก็บของของนายไว้ใต้เตียงนะ"

"พรุ่งนี้เราจะเริ่มซ้อมเต้นกันตอน 9 โมง" พี่ใหญ่ว่า "แต่นายก็ไปฝึกเต้นกับฮยอกแจ

เหมือนเดิมน่ะแหละ"

"ครับ"

พี่ใหญ่ออกจากห้องไปแล้วและแทบจะในทันทีโดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดรยออุคก็หลับไป

บนเตียงของเขา เตียงที่เขาจะต้องใช้ไปจนกว่าวันที่พวกเขาประสบความสำเร็จ

เผื่อว่าพวกเขาจะได้ย้ายออกจากหอพักรูหนูพวกนี้ในวันหนึ่ง

อึนฮยอกรู้สึกว่ารยออุคพร้อมจะเต้นเพลงทวิตแล้วก็ในตอบบ่ายของวันที่สาม

ที่เขาเริ่มติวเข้มให้น้องชาย และในตอนเย็นหลังจากกินข้าวกันแล้ว

รยออุคก็เริ่มฝึกกับทีมในห้องซ้อมด้านบน อีทึกมีท่าดีพอใจในพัฒนาการ

ของรยออุคเป็นอย่างมาก เขาออกปากชมฮยอกว่าทำได้ดีและสมแล้ว

ที่เป็นมือหนึ่งเรื่องการเต้นของวง 

"ทำได้ดีมาก นายฝึกรยออุคยังไงเนี่ย"

"เขาพยายามมากเลยครับพี่"

"ดีแล้วล่ะ อย่างงี้พวกเราไปรอดแน่" อีทึกยิ้ม "เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ฝึกเพลง way for love เลยนะ"

รยออุคพยายามอย่ากมากในการฝึกเต้น แต่เขาต้องพยายามมากว่าเป็นสองเท่าเพื่อ

ที่จะเข้ากับคนอื่นๆในทีมให้ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็มีพี่ชายคนหนึ่งที่เขาเริ่มสนิทใจด้วยพี่ชายที่ดูแลเขาเป็นอย่างดี พี่ชายที่ไม่เคยเบื่อที่จะสอนเต้นให้กับคนที่ไม่มีพื้นฐานเลยอย่างเขา พี่ฮยอกแจ.. ขอบคุณครับ

 

 

กันยายน 2011

 

ติ๊งต่องๆๆๆๆๆๆ ติ๊งต่องงงง!!

“พี่อึนฮยอกกกกกก” คิมรยออุคกดกริ่งเสียงดังไม่พอยังตะโกนเรียกพี่ชายอยู่หน้าหอชั้นสิบเอ็ดอีก

แต่แทนที่คนด้านในจะเปิดกลับมีเสียงดังมาจากด้านหลัง

“อะไรๆ หนวกหูชาวบ้านเขานะ” อีฮยอกแจ เดินออกมาจากลิฟ พร้อมถุงขนมจากมินิมาท

“เอะอะ อะไรกลางดึก”

“ฉันอยากมาปรึกษาเรื่อง Solo ใน Super Show” ยิ้มอย่างสดใสไปให้ “พี่..นะนะ ช่วยหน่อย”

อีกฝ่ายหรี่ตามอง ก่อนจะตอบ “ไม่” โชว์ของรยออุคจะต้องเป็นการเต้นอีกแน่อึนฮยอกแน่ใจเพราะเขาเชื่อว่าหากเป็นการร้องเพลงแล้วรยออุคคงไม่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากเขา

“อะไรอะ!!” เมนร้องเสียงแหลมขึ้นเสียง “ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้ช่วยอะไร”

“นายไปร้องเพลงบัลลาดเหมาะดีแล้ว” อึนฮยอกส่ายหัว “หน้าที่เต้นน่ะของพี่ อย่าแย่งงานกันได้ไหม”

“ก็ตั้งใจไว้แล้ว.. พี่ก็รู้ว่าถ้าฉันตั้งใจจะทำอะไรก็จะต้องทำให้ได้”

“อันนั้นก็ถูก..” พี่ชายหยิบคีย์การ์ดออกมาก่อนจะเปิดประตูหอพักเดินนำเข้าไป

“แล้วคราวนี้อยากเต้นเพลงอะไรล่ะ”

“อยากเต้นเซ็กซี่.. วันก่อนไปเปิดย้อนๆดูที่พี่เต้นไว้อะ เซ็กซี่มากมาก ฉันอยากเต้นบ้าง!!”

อีกฝ่ายมองหุ่นเตี้ยๆสั้นๆแขนเล็กๆนั้นอย่างพิจารณา

“จะเต้นเซ็กซี่น่ะไม่ง่ายหรอกนะ” อึนฮยอกว่า “นายไปฟิตหุ่นมา.. ทำได้แล้วค่อยมาหาพี่ใหม่”

ไม่ว่าเปล่า มือที่เพิ่งวางของไว้บนโต๊ะกินข้าว เอื้อมมาลูบๆพุงน้องชาย

“ไม่ไหวๆ พุงนายกลมๆนิ่มๆแบบนี้ เซ็กซี่ไม่ขึ้นแน่” รยออุคหน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“พรุ่งนี้ไปยิมด้วยกันสิ..ถ้านายตั้งใจจริงๆอะนะ” พี่ชายยิ้มใจดี “เดี๋ยวจัดให้”

 

รยออุคตอบคำถามที่คยูฮยอนเคยถามไว้ไม่ได้หรอกว่า ทำไมเขาถึงอยากโชว์เพลงเต้นใน Super Show?

มันจะมีกี่เหตุผลกันล่ะ ^^

“โอเค!! ฉันจะไปเจอพี่ทุกวันเลย” รยออุคยิ้มสดใส “พี่อย่าเบื่อหน้าฉันก่อนละกัน”

 

-----------The End-----------

 

 

.

อัลบัสทอร์ค : เป็นแฟนฟิคที่ได้แรงบันดานใจมาจากน้องโบซี่ค่ะ เพราะโบบอกว่าไม่มีใครแต่งฟิค อึนอุคให้โบเลย

พี่บัสก็เลยคิดพล็อดเรื่องออกมาเป็นเรื่องนี้ค่ะ  ยังไงก็โดนตัดตอนให้จบไห้ไว จนกลายเป็น OS ไปแล้ววว ถือว่าสนองนึตเนอะ เป็นฟิคที่ดองไว้หลายปีทีเดียวค่ะ แหะ ขอบคุณที่อ่านจบจนถึงตรงนี้ค่ะ ฟิคป่วงมากเนอะ