[FanFic]Behind the reason

posted on 21 Jun 2015 18:46 by ryeomashita in Albus-Fanart

Happy Birth Day Ryeowook 21st June 2015

Behind the reason : RWxDH, SWxEH, LTxHC

 

Chapter 1

คิมรยออุคชายหนุ่มวัย 28 ปี กำลังถอยรถเข้าที่จอดในอู่ซ่อมเนื่องจากฮีตเตอร์ไม่ทำงาน อู่ซ่อมรถแห่งนี้เขามาใช้บริการอยู่บ่อยๆเนื่องจากอดีตคนรักของเขา ฮยองชิก เป็นเจ้าของอู่รวมทั้งเป็นลูกเจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์ BMWในเกาหลี ช่วงที่คบกันอยู่เขาจึงได้รับส่วนลดหลายเปอร์เซ็นจากการสั่งซื้อรถคนนี้ แม้จะเลิกกับฮยองชิกไปแล้วก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดี รยออุคค่อยข้างรีบ ดูเหมือนช่วงสองสามปีมานี้หน้าที่การงานของรยออุคกำลังไปได้ดีสุดๆและเวลาของเขาก็เป็นเงินเป็นทอง รยออุคลงจากรถที่จอดไว้เอียงๆก่อนจะตะโกนเรียกช่างคู่ใจ

“พี่อีทึกครับ ดูแลลูกชายผมด้วยนะ” กุญแจรถลอยไปกลางอากาศและไปเข้ามือหัวหน้าช่างซ่อมที่เพิ่งเปิดประตูออกมา

“คุณคิมครับ เย็นๆก็เสร็จแล้วจะมารับเลยมั้ย” อีทึกชินซะแล้วกับลูกค้าวีไอพีคนนี้ ได้แต่ส่ายหัว

“ชีวิตเขาดูยุ่งดีนะ” หนุ่มร่างใหญ่ที่เป็นช่างชำนาญการของอู่แห่งนี้พูดขึ้น “ทงเฮย่า ชีวิตพวกเราเรียบง่ายแบบนี้ดีแล้วเนอะ” เขาหันไปนินทากับรุ่นน้องที่ยังนอนอยู่ใต้ท้องรถคันที่จอดอยู่ไม่ห่างออกไป

“อะไรนะฮะ” เสียงอู่อี้ของรุ่นน้องตอบ ก่อนจะเลื่อนตัวออกมาพร้อมกับใบหน้าที่มอมแมมหัวยุ่ง “พี่ว่าอะไรนะ”

“ไม่มีอะไร ก็แค่อิดฉาคนอื่นน่ะ” ชินดงละความคิดเกี่ยวกับแขกวีไอพีคนนั้น “แต่วันนี้นายกับฉันก็จะกำลังยุ่งนะ อย่าลืมที่เรานัดกันหลังเลิกงาน นายมีชุดแล้วใช่ไหม” อีทงเฮกระพริบตาแบบงงๆตอบกลับไป “อย่าบอกนะว่าลืม!!” และในอีกสองสามวิตามาหลังจากรุ่นน้องคิดอยู่สักพักก็ลุกขึ้นยืนปัดเสื้อผ้าที่ปัดยังไงก็ไม่สะอาดขึ้นมา

“อ๋อ ปาตี้คนโสด” ทงเฮไม่ได้มีน้ำเสียงที่สนใจนัก “ก็ผมสัญญากับพี่แล้วนี่เนอะ ผมไปชุดนี้ได้ป่าว”

ชินดงฮีไม่ใช่คนที่มีเซ็นด้านแฟชั่นสักเท่าไรแต่เขาก็พอจะรู้ว่าชุดช่างซ่อมเครื่องไม่เหมาะจะไปปาตี้แน่ๆ เขาเขกหัวน้องชายไปหนึ่งโป๊กแรงๆโทษฐานที่ไม่ยอมเตรียมตัวมา

“แล้วพี่อีทึกจะไปด้วยมั้ยฮะ” ทงเฮลูบหัวป้อยๆถามหัวหน้า

“อืมมม” อีทึกเองก็โสด เขาเลิกจะเลิกกับแฟนมาได้ไม่นาน “พี่ถอนตัว” ทงเฮมีท่าทางผิดหวังเล็กน้อย จริงๆแล้วเขาไม่ได้สนใจปาตี้คนหาแฟนนั่นหรอก ถ้าหากว่าพี่ๆทั้งสองคนจะไปด้วยนั่นแหละคือสิ่งที่ทงเฮสนใจ “นายยืมเสื้อฉันได้นะ”

ก็เป็นอันว่าทงเฮต้องไปงานน่าเบื่อนั่นน่ะสิ

 

 

 

รยออุควิ่งอย่างไวเพื่อไปลงรถไฟใต้ดินและเขาก็มาถึงหน้างานอีเว้นที่เขารับจัดงานได้ภายในเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง แม้ว่ามันจะห่างจากอู่รถที่เขาแวะไปทิ้งรถไว้ชนิดข้ามเมือง งานอีเว้นนี้เป็นงานที่รยออุคอยากจะโดดมากที่สุดแต่ก็ทำไม่ได้ มันจะมีเหตุผลอะไรได้บ้างน่ะหรอ.. เหตุผลก็คือ ชเว ซีวอน และ คิม มยองซู มางานนี้น่ะสิ ทั้งสองคนเป็นคนรักเก่าที่จบไม่ค่อยสวยของรยออุคเอง ทั้งสองเข้าร่วมงานแถลงข่าวละครเรื่องใหม่ด้วยกัน รยออุคตรงเข้างานมาและตรวจเช็คทุกอย่างให้ครบถ้วน นักข่าวเริ่มทะยอยกันมาลงทะเบียน พี่ฮีชอลรับหน้าที่รับรองส่วนนักแสดงและผู้กำกับ อึนฮยอกเพื่อนสนิทของเขากำลังกำกับการจัดระเบียบหลีดดอกไม้ที่วันนี้เรียกได้ว่าต้องใช้ดอกไม้สดรวมกันมากกว่าหมื่นดอกแน่ๆ และไหนจะข้าวสารนั่นอีก เป็นดาราก็ดีแบบนี้แหละ รยออุคไม่สนใจดอกไม้มากเท่ากับอาหารซัพพอร์ตที่เหล่าแฟนคลับจะเอามาให้ดาราใหญ่ทั้งสองคน อดีตคนรักของเขาทั้งสองคน รยออุคลองคบกับดาราก็เพราะเรื่องกินนี่แหละและก็อยากรู้ด้วยว่าการเป็นแฟนกับดาราน่ะจะน่าสนใจแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็พบว่ามันไม่สนุก มยองซูคนแรกว่าไม่สนุกแล้วซีวอนคนที่สองนี่น่าเบื่อมาก ทั้งที่ห้วงความคิดของรยออุคไม่ได้ส่งกระแสจิตไปบอกใครแต่ว่าคนที่กำลังคิดถึงอยู่ก็มาปรากฏตัว

“ไม่เจอกันนานเลย คิดถึงผมบ้างหรือเปล่า” คิม มยองซู พระรองของเรื่องเพิ่งเดินออกมาด้านนอก ในห้องโถงที่รวบรวมหลีดดอกไม้และหลีดข้าวที่นำมาแสดงความยินดีของดาราทั้งหมดไว้

“นายจะมาถ่ายรูปกับหลีดข้าวใช่ไหม เดี๋ยวฉันถ่ายรูปให้” คำพูดเป็นกันเองตอบกลับไป มยองซูพยักหน้าหงึกๆสายตาไม่ละไปจากใบหน้าของรยออุค

“จริงๆแล้วเราไปกันได้ดีนะ” รยออุคหัวเราะหึในลำคอเป็นคำตอบ

“เรื่องมันเก่าแล้วลืมๆไปเถอะ” รยออุคนับหนึ่งถึงสามก่อนจะกดชัตเตอร์ “จบแล้วคือจบ นายเป็นดารานะระวังหน่อย” รยออุคบุ้ยไบ้ให้มยองซูหันไปมองด้านหลังที่กำลังมีอีกคนเดินมา รยออุคอยากจะกลอกตาเหลือเกินเพราะคนที่เดินออกมานั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชเวซีวอน มยองซูต้องยอมกลับเข้าห้องพักนักแสดง

ซีวอน สุดยอดมนุษผู้เพอร์เฟ็คชเวซีวอน รยออุคไม่เข้าใจว่าทำไมเขาคุยกับซีวอนไม่รู้เรื่อง ใช่ล่ะที่เขาเคยเป็นแฟนกันแต่รยออุคก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมซีวอนถึงเข้าใจอะไรผิดๆเกี่ยวกับตัวรยออุคอยู่ได้ไม่เลิก ทั้งที่บอกไปแล้วก็ไม่เชื่อและยังตื้อและดื้อมาก “หยุดอยู่ตรงนั้น นายไม่ต้องเข้ามา” แขนยาวสองข้างที่อ้าออกพร้อมจะกอดรยออุคให้มิดต้องทิ้งลงข้างลำตัว

“รยออุคอ่า ใจร้ายจัง” ซีวอนดาราใหญ่ที่ไม่แคร์ข่าวซุบซิบและทำทุกอย่างที่อยากทำ พูดตัดพ้อ “เราเจอกันบ้างไม่ได้หรอ”

“นายมีสาวๆของนายอยู่แล้วนี่ อีกอย่างเรื่องเรามันก็เป็นอดีตไปแล้ว” รยออุคพูดจบก็ชี้นิ้วไปอีกด้านของห้องโถง “หลีดข้าวนายอยู่ทางโน้น ฉันไปล่ะฉันงานยุ่ง” รยออุคไม่เปิดโอกาสให้ซีวอนพูดอะไรอีก มันเสียเวลาจริงๆที่ต้องคุยกับซีวอน 

งานแถลงข่าวผ่านไปได้ด้วยดีอย่าไม่มีข้อผิดพลาดอะไร ทางเจ้าของงานให้คำชื่นชมมาอย่างมากและบอกว่าทีมจัดงานของบริษัทนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยร่วมงานมา ฮีชอล อึนฮยอกและรยออุคเองกำลังสรุปการทำงานส่งหัวหน้าด้วยโน้ตบุคก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับเพื่อไปพักผ่อน ส่วนเรื่องเก็บกวาดสถานที่ก็ให้เป็นลูกน้องในออฟฟิตคุมงาน

“เอาล่ะ ฉันจะพิมพ์เสร็จแล้ว วันนี้รีบ” คิมฮีชอล รุ่นพี่กึ่งครูที่รยออุครักเคารพพูด เขาพรมนิ้วเรียวยาวของตัวเองลงบนแป้มพิมพ์ “นี่ร้านทำผมปิดหรือยังนะ”

“พี่จะไปไหน” รยออุคถาม เขาค่อนข้างเหนื่อย

“ฉันไม่ได้บอกนายหรอ ปาตี้คนโสดไง” ฮีชอลเลิกคิ้ว “ฉันคิดว่ายังไงๆนายก็ต้องไปอยู่แล้ว เห็นบ่นอยากมีแฟนทั้งปี”

“อึนฮยอกนายไปด้วยปะเนี่ย”

“ไม่ล่ะ ตามสบาย ฉันกับเจ้าเฮนรี่จะเก็บงานนี้เองไม่ต้องห่วง” รยออุคพยักหน้า ในบรรดาทีมงานทั้งหมดอึนฮยอกทำงานหนักที่สุดและรอบคอบมากที่สุด หากไม่ได้เพื่อนคนนี้คอยซัพพอร์ตรยออุคเองคงไม่ได้ก้าวหน้าขนาดนี้ เขาได้รับเลื่อนขึ้นเป็นโปรเจ็คเมเนเจอร์ได้เร็วมากเมื่อเทียบกับเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน  อึนฮยอกเองไม่มีความทะเยอทะยานที่จะขึ้นมาในตำแหน่งเดียวกับรยออุค ซึ่งทำให้รยออุคเสียดายแทน เขาจึงคอยพูดกับหัวหน้าถึงความสามารถของอึนฮยอกอยู่เสมอ

“ผมอยากไป พี่รอผมก่อน” รยออุคต่อสายโทรศัพท์ เขาต้องไปรับลูกชายอีก อู่รถก็ไกลซะเหลือเกิน “งานจัดที่ไหนนะพี่?”

 

 

อีทงเฮที่อยู่ในเสื้อสูทสีกรมและเสื้อสีขาวด้านในนั้นเหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ที่เพิ่งผลัดขนกลายเป็นหงสีขาว ไม่เหลือเค้าของเด็กซ่อมรถอีกต่อไป อีทึกถอยออกมามองห่างๆหลังจากเขาจัดเน็กไทให้ลูกน้องที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายแท้ๆ

“หล่อมาก” อีทึกชม “แขนนายคับไปหน่อย นายเล่นกล้ามมากเกินไปนะ”อีทึกตบๆที่ต้นแขนน้องชาย “แต่ไม่ว่ายังไงก็หล่อ นายต้องได้แฟนกลับมาแน่คืนนี้” อีทึกยิ้มกว้างและทำทงเฮเขินอยู่ไม่น้อย ก็พอดีที่โทรศัพท์ดังขึ้นทำให้อีทึกละสายตาชื่นชมที่ส่งให้ทงเฮไปซะได้

“สวัสดีครับ” อีทึกรับสายและต้องเงียบฟังอยู่ครู่ใหญ่ “อ่า” เขาหันมองชิงดงที่กำลังเซ็ตผมให้ทงเฮอีกครั้งเพราะมือดีดันไปขยี “โอเคถ้าลูกน้องผมตกลงก็ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมส่งคาคาวโอไปบอก”

วันนี้ชินดงฮีและอีทงเฮไม่ธรรมดาเลยจริงๆ หล่อหัวจรดเท้าไม่พอยังมีรถขับBMW ซีรี่แปดขับอีกต่างหาก

อีทงเฮหย่อนก้นลงไปในเบาะข้างคนขับหันมองพี่ชินดงที่รู้สึกได้ว่าพี่เขาตื่นต้นกับงานนี้มากๆ

“ไปกันเลยไอ้น้อง อู่เราก็ต้องทำงานให้ลูกค้าให้ดีที่สุดสิ” แล้วทั้งสองคนก็ขับเจ้าลูกขายของลูกค้าวีไอดีไปส่งให้เจ้าของ

 

 

ตามที่พี่ชินดงสอนมาว่า เวลายืนเดิน จิบไวน์ก็ต้องวางมาดให้ดูดี วันนี้จะต้องไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นเด็กซ่อมรถ ทำให้อีทงเฮเครียดอยู่ไม่น้อย เขาเข้ามาในงานปาตี้ที่ไม่เข้ากับเขาเลยสักนิด งานนี้จัดขึ้นที่ดาดฟ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งที่ทงเฮคิดว่าเขาไม่เคยเข้ามาในสถานที่แบบนี้เลยสักครั้งในชีวิต สิ่งที่พอจะลดความเครียดเขาได้คือขนมหวาน ทงเฮกินขนมหวานได้มากเท่าที่อยากโดยไม่อ้วน แต่ตรงข้ามกับแองกอลฮอล เขาดื่มมันไม่ได้เลย พี่ชินดงออกจากงานไปเจอลูกค้าวีไอพีคนนั้นเพื่อส่งรถคืนให้เขาครู่ใหญ่แล้วทิ้งทงเฮให้อยู่กับท้องฟ้าสีกรรมหยี่อยู่คนเดียว มีสาวสองสามคนที่เดินเข้ามาและชวนเขาคุยแต่อีทงเฮทำได้แต่ยิ้มและพยักหน้า และบอกว่าเขาชื่อทงเฮเท่านั้นไม่นานสาวๆก็เดินจากไปเพราะเขาน่าเบื่อ

“หล่อดีนะ แต่น่าเบื่อ” สาวเจ้าคงไม่รู้หรอกว่านอกจากทงเฮจะน่าเบื่อแล้วเขายังหูดี ในเมื่อการซ่อมรถมันก็ต้องคอยฟังเสียงเผื่อหาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับรถน่ะ ได้แต่ลอบถอนหายใจ และยืดคอมองหาพี่ชินดง

“เป็นไงบ้าง ได้เบอร์โทรใครมั่งยัง”

“ยังเลย โถ่พี่ก็ ผมอยากกลับแล้วเนี่ย” ทงเฮโวยวายทันทีที่พี่ชายกลับมาถึง

“จะรีบไปไหน สู้เว้ยไอ้น้องวันนี้นายหล่อมาก” ตบหลังทงเฮปุๆและเดินไปชวนสาวๆคุยทันทีอย่างไม่ขัดเขิน ทงเฮได้แต่คิดอิจฉา เขาโกหกไม่เป็นและสิ่งเดียวที่จะทำให้ทุกคนไม่รู้ว่าเขาเป็นเด็กซ่อมรถก็คือแค่ยืนยิ้ม อีทงเฮเหนื่อยจะต้องยืนเก็กแล้ว เขาปล่อยพี่ชินดงไว้ในงานและเดินแยกออกไปในส่วนที่ไม่มีคน คืนนี้ท้องฟ้าโปร่งดาวบนฟ้าพร้อมกับพระจันทร์ก็กำลังยิ้มให้เขา ทงเฮไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันเป็นแบบนี้ได้ด้วย ตำแหน่งพระจันทร์เสี้ยวเหมือนรอยยิ้มและดวงดาวสองดวงที่ลอยอยู่เคียงกันก็เหมือนกับเป็นดวงตาทั้