Behind the reason : chapter 2

posted on 22 Jun 2015 00:28 by ryeomashita

Chapter 2

รยออุคเพิ่งได้รับสายตรงจากบอสให้เขารีบไปทำงานชิ้นใหม่ในทันที โดยทิ้งเรื่องการฟิตติ้งเสื้อผ้าให้อึนฮยอกเป็นคนดูแล ด้วยความเชื่อถือและเชื่อใจซึ่งกันและกันที่มีมายาวนานระหว่างรยออุคกับอึนฮยอกจึงไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมาอธิบายรายละเอียดอะไรมากมาย

“บอสมีงานใหม่มาให้ทำ นายเก็บที่เหลือด้วย” รยออุคส่งข้อความเหล่านี้ในขณะที่ย้ายตัวเองมาอยู่ในรถแล้ว “ฉันไปล่ะ” พร้อมๆกับที่สตาร์ตเครื่องยนต์และรถBMW ซีรี่แปดสีขาวของเขาก็ทะยานออกไป รยออุครู้ว่าพี่ฮีขอลกำลังไปคัดตัวนักแสดงสมทบมาเพิ่ม หากดูจากโจทย์ที่ได้มาแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำในเวลาจำกัด รยออุครีบกลับเข้าออฟฟิตเพื่ออ่านรายละเอียดและวางแผนการทำงานโดยเร็วที่สุด

รยออุคมาถึงออฟฟิตและตรงเข้าไปค้นเอกสารเกี่ยวกับโมเดลลิ่งที่บริษัทมีทั้งหมดออกมาวาง อีกมือถือปึกประดาษหนา6-7หน้าที่บอกความต้องการของลูกค้า สายตาเขาอ่านอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โปรเจ็คนี้ต้องการให้เขาทำโฆษณาความยาว 15 วินาที 3 ตัวและความยาว 30 วินาที1ตัว โดยมีบริษัทผลิตโฆษณาวีไอเอ็ก เป็นผู้ผลิตร่วมกับบริษัทของเขา คอนเซ็บของงานคือกาลก้าวข้ามจากเด็กชายวัยรุ่นสู่ความเป็นผู้ชายเต็มตัว ของสินค้าเครื่องสำอางสำหรับผู้ชาย รยออุคไล่สายตาไปที่ชื่อทีมงานของอีกฝ่ายก่อนจะกดเบอร์โทรออก

“สวัสดีครับ ผมคิมรยออุค โปรเจ็คเมเนเจอร์ของบริษัทเกอออแกไนครับ” เขากรอกเสียงลงไปในสาย “ขอเรียนสายคุณชา ฮักชอน ผู้รับผิดชอบโปรเจ็คTDครับ”

ทางอีกบริษัทก็เพิ่งทราบเรื่องนี้เมื่อตอนเช้าตรู่เช่นเดียวกับเขา รยออุคฟังไอเดียร์เกี่ยวกับโฆษณา เขาถามขอบข่ายที่อีกบริษัทจะจัดทำให้ได้ และสิ่งที่อีกฝ่ายอยากได้การซัพพอร์ต

“ตกลง ตามนี้ ยังไงผมจะเข้าไปสถานที่ถ่ายทำตอนเย็นๆ” รยออุคยกนาฬาข้อมือขึ้นดู “แล้วเจอกันครับ”

รยออุคจดช็อตโน้ทสิ่งที่ต้องทำตามลำดับ ก่อนจะเดินไปบอกลูกน้องให้ประสานงานตามที่เขาวางแผน คิมฮีขอลเป็นต้นแบบแนวการทำงานทุกอย่างของรยออุค เพราะว่าคิดในแบบเดียวกันทำให้ในระดับโปรเจ็คเมเนเจอร์ของบริษัท รยออุคและพี่ฮีชอลจึงเป็นคู่ที่เข้างานกันได้ดีที่สุดในการจัดการโปรเจ็คใหญ่ๆ พี่ฮีชอลประมวลสถานะการณ์และสามารถรู้ได้ในทันทีเลยว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้งานชิ้นนี้ประสบความสำเร็จคือนักแสดงในโฆษณาที่จะต้องตอบโจทย์ให้ได้ ใครที่เป็นคนธรรมดาแต่อยู่ๆจะโดดเด่นขึ้นมาจากหนุ่มหล่อหน้าตาดีเป็นโขยงที่อยู่ในโมเดลลิ่ง โฆษณานี้ต้องการให้ผู้บริโภครู้สึกร่วมไปด้วยว่าพวกเขาก็สามารถโดดเด่นได้ด้วยผลิตพันธ์ของเรา สิ่งที่รยออุคกังวนอยู่ตอนนี้คือตัวละครประกอบฉากต้องใช้เยอะแค่ไหนและเขาต้องมีช่างทำผมสักกี่คนถึงจะพอ เขากังวลจนต้องโทรศัพท์อีกหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด ก่อนจะวางสายสุดท้ายและรีบออกจากสำนักงานตรงไปยังสถานที่ถ่ายทำ

 

“คุณฮีขอลอยุ่ในห้องพักกับผู้กำกับโฆษณาครับ”

“ขอบคุณครับ” รยออุคมุ่งหน้าไปทันที เพื่อจะดูว่าคนไหนที่พี่ฮีขอลหาตัวมา รยออุคถือเป็นคนที่มองบุคลิกคนเก่งมากและเป็นที่ยอมรับของทั้งฮีขอล หัวหน้า รวมทั้งคนในวงการหากว่าเขาแสดงความคิดเห็นย่อมเป็นประโยชน์

รยออุคเปิดประตูเข้าไปและยังได้ยินเสียงพูดคุยงานกันอยู่ในห้องนั้น มุมหนึ่งมีช่างทำผมทำงานอย่างตั้งใจแม้ว่าไม่มีอะไรเลยในห้องนี้ที่จะมีอุปกรสำหรับทำผม

“มาแล้วหรอ” ฮีขอลทัก เขาและผู้กำกับเพิ่งคุยจบพอดี รยออุคทำความเคารพผู้กำกับที่เคยร่วมงานกันคนนี้ก่อนที่เขาจะออกไปเตรียมการข้างนอก “นายมาพอดี นี่คือ อีทงเฮคนที่จะมาแสดงเป็นตัวเองในโฆษณาของเรา” เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วจนรยออุคไม่มีเวลาแปลกใจที่ได้ยินชื่อ อีทงเฮ ชายที่นั่งหันหลังอยู่ตัดผมเสร็จแล้ว และกำลังลุกจากเก้าอี้หันหน้ามาทางเขา รยออุคเพ่งมองอย่างพินิจพิเคราะห์ อยู่ชั่วครู่

“พี่คิดว่าคนนี้ผ่านหรอ” สีหน้าและน้ำเสียงเรียบเฉย ทงเฮแปลใจไม่น้อยที่เจอรยออุคที่นี่ แต่รู้สึกแปลกมากกว่าที่เพื่อนคนนี้ไม่ทักเขาสักคำ แถมยังพูดว่า คนนี้ แทนชื่อของเขา

“อื้ม” ฮีชอลพลิกหน้ากระดาษคอนเซ็บที่ทีมผู้กำกับให้ไว้ “ผ่าน นายอาจจะยังไม่เห็น ก่อนนายมาเขาเซ็ตผมลองอยู่หลายอย่างอย่างนานเลยละ” รยออุคพยักหน้า

“แอ็คติ้งล่ะ”

“ก็เท่าที่ดู ก็ดีกว่าอีกคนอะ” ฮีขอลหยิบมือถือเปิดภาพที่เขาถ่ายไว้ให้น้องชายดู “โอเซฮุน หล่อไปเขาจะไปรวมอยู่กับพวกโมเดลลิ่ง” รยออุคเห็นว่าทงเฮกลับลงนั่งที่เดิม ประกอบกับช่างตัดผมออกไปด้านนอก

“เราขาดคน” ฮีขอลว่า “ผู้กำกับบ้าพลัง เขาใช้โมเดลลิ่งเยอะเลยล่ะ ช่างผมและแมคอัพเรามือเป็นระวิงเลย นี่เราจะเริ่มถ่ายทำกันตอนสองทุ่มนี่แล้ว”

“ผมช่วยอะไรได้บ้าง” จังหวะที่รยออุคถามช่างตัดผมก็กลับเข้ามาพร้อมถังน้ำสองถังแล้วก็ออกไปอีก ฮีขอลชี้ไปที่ถังน้ำ

“นี่เลย นายสระผมเขาได้มั้ย” ฮีชอลไม่ได้ถาม “ไม่มีเวลาแล้วเป่าให้แห้งด้วยนะ เดี๋ยวช่างทำผมเขาจะมาไดเอง”

อีทงเฮกระพริบตาก่อนจะทำลายความเงียบ “สวัสดีครับ”

“สวัสดีทงเฮ” รยออุคยิ้มบางๆ “ถ้าฉันเจอนายตอนที่มันไม่วุ่นวายแบบนี้ก็คงดี” รยออุคเริ่มงานของเขา ในห้องมีเก้าอี้ที่ทงเฮนั่งหนึ่งตัวและอีกตัวที่ว่างอยู่ รยออุคขยับเก้าอี้มาติดกับเก้าอี้ของทงเฮก่อนจะลากถังน้ำมาใกล้ตัว มีอุปกรณ์สระผมอยู่ในถังใบหนึ่ง “ทงเฮอ่านอนลงสิ”

ทงเฮกำลังมองว่าเขาต้องนอนลงไปตรงไหนในเมื่อเกาอี้เขามันไม่มีพนักที่จะเอนได้ หรือว่านอนไปบนพื้นแล้วรยออุคจะสระผมให้เขาได้ยังไง

“นี่ตรงนี้” รยออุคตีไปบนหน้าขาขวาของตัวเอง “นายนอนลงให้ไหล่นายทิ้งน้ำหนักตรงนี้ เดี๋ยวฉันจะจับตรงคอไว้ จะได้สระผมได้” ทงเฮมองมือซ้ายของรยออุคที่ที่ลอยอยู่ระหว่างหว่างขาของเขาที่กางออกเพื่อให้ได้องศาที่ดีที่สุดในการรับน้ำหนักตัว มันดูไม่มั่นคงและทงเฮก็กลัวว่าหัวเขาจะฟาดพื้น

“หัวไม่ทิ่มหรอกน่า ผมไม่ได้ทำครั้งแรกหรอกนะ”

“...” ทงเฮค่อยๆเอียงตัวช้าๆ แต่แล้วรยออุคก็ใช้อีกมือดันหน้าผากทงเฮให้ทิ้งน้ำหนักลงมาบนมือของเขาอีกข้าง

ไม่มีใครพูดอะไรอีก ราวกับนอนลงไปบนหมอนรองคอที่วางอยู่บนเตียงสำหรับสระผม มือของรยออุครับน้ำหนักอยู่ก็จริงแต่มันนิ่งและรู้สึกมั่นคงมาก มันคงเป็นความจริงที่ว่าเขาเคยใช้ตัวเองเป็นเกาอี้สระผมมาก่อน ทงเฮได้แต่สงสัย รยออุคใช้มือเพียงข้างเดียวเอื้อมตักหน้ามาเทให้ผมเปียก หยิบยาสระผมมาใส่และเริ่มขยี้ผมของทงเฮเบาๆ รยออุคมือเบาและสางเข้าไปอย่างถั่วถึง หากทงเฮหลับตาก็อาจจะนึกไปได้ว่าเขากำลังอยู่ในร้านทำผมชื่อดัง แต่ทงเฮอยากเห็นหน้าคนตรงหน้านี่มากกว่า  สีหน้าและแววตาของรยออุคดูจริงจังกับการทำงาน แต่มันก็แฝงไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ไม่เหมือนใบหน้าที่ร่าเริงแจ่มใสและคอยส่งยิ้มมาให้เขาทุกครั้งที่ได้เจอกัน เพื่อนใหม่ที่ทงเฮลงความเห็นไปในตอนแรกว่าแปลก ก็ยังทำให้เขาแปลกใจได้อีกครั้งในวันนี้

รยออุคค่อยๆนวดท้ายทอยด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะย้ายมือข้างหนึ่งขึ้นมานวดขมับเบาๆก่อนจะล้างผมด้วยน้ำสะอาดและสระเป็นครั้งที่สอง ทงเฮเห็นแนวกรามคมของคนที่ค่อมบนตัวเขาอยู่จากมุมเสย แม้ว่าจะแอบมองอยู่แต่ทงเฮก็หลับตาทันที่มีหยดน้ำมาโดน

“ขอโทษ” รยออุคตกใจ เหงื่อเขาไหลลงไปโดนแก้มของทงเฮซะได้ เขารีบเช็ดออกให้อย่างเบามือ

“ไม่เป็นไร” ทงเฮตอบและแอบถามในเรื่องที่สงสัยออกไป “นายทำงานพิเศษหรือว่านี่เป็นงานหลักของนายน่ะ”

รยออุคยิ้มและขำอย่างนึกไม่ถึง “ฉันสระผมได้มืออาชีพมากเลยใช่มั้ยล่ะ”

“ที่ผมอยู่ที่นี่เพราะนี่เป็นงานหลักของผม แต่ผมไม่ใช่ช่างทำผมนะ” รยออุคหยิบผ้าหมาดๆมาพันรอบหัวทงเฮ

“เสร็จแล้ว ลุกได้แล้วฮะคุณลูกค้า” เขาเลื่อนแขนเลยออกไปและอุ้งมือก็ประคองข้างแก้มจากทางด้านหลังก่อนจะยกตัวทงเฮขึ้นและดันให้กลับมานั่งเหมือนเดิมอย่างนิ่มนวล เพื่อนคนแปลกเช็ดผมให้ทงเฮอย่างเบาๆแต่ผมกลับแห้งอย่างรวดเร็ว

“ฉันไม่ชอบใช้ไดร้อนเลยจริงๆ มันทำให้เส้นผมเสีย” รยออุคบ่น “แต่ครั้งนี้มันก็ช่วยไม่ได้” ลมร้อนถูกเป่าออกมาและเส้นผมสั้นๆที่เพิ่งตัดแต่งใหม่ของทงเฮก็ปลิวไปคนละทิศละทางตามแรงเป่า และในขณะที่ทงเฮกำลังเพลิน รยออุคก็มานั่งอยู่ข้างๆซะแล้ว ส่วนคนที่กำลังเป่าผมเขากลับกลายเป็นช่างคนเดิมที่กลับมาทำหน้าที่

“ผมต้องไปช่วยส่วนอื่นบ้างแล้วล่ะ ไว้เจอกันนะครับทงเฮ”

 

 

คิมฮีชอลรู้ได้ในทันทีที่รยออุคก้าวเข้ามาในห้องเมื่อตอนเย็นว่า อีทงเฮ ที่รยออุคเคยพูดถึงนั้นจะต้องเป็นคนเดียวกันกับอีทงเฮที่เขาพามาแคสติ้งโฆษณานี้แน่  และท่าทางอารมณ์ดีขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นของรยออุคในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะต้องสืบอีก

“ทงเฮน่ารักเนอะ” รยออุคหยุดยืนข้างๆพี่ชายที่เขาเคารพและถามคำถามชี้นำ

“เขาแกกว่านายไม่ใช่หรอ”

“พี่รู้ได้ไง”

“ก็จะจ้างงานแล้วไม่ต้องก็อปปี้บัตรประชาชนหรือไง”

การถ่ายทำดำเนินไปยาวนานตลอดทั้งคืนและเสร็จสิ้นลงในเวลาตีสีของเช้าวันใหม่ อีทงเฮเหนื่อยแต่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการทำงานเบื้องหลังงานโฆษณาจะสนุกแบบนี้ ในชั่วขณะหนึ่งทงเฮหลงคิดไปว่าเขาเป็นดารา ได้คุยกับผู้กำกับ มีสไตลิสและแมคอัพอาตติสเป็นของตัวเอง เข้ายังต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยๆและเซ็ตผมอีกหลายครั้ง และที่สำคัญที่สุดมากกว่าเรื่องทั้งหมดคือ นี่เป็นครั้งแรกจริงๆที่ทงเฮรู้สึกว่าเขาหล่อมาก เขาอารมณ์ดีนะ ปกติอยุ่แต่กับเครื่องยนต์วันนี้ก็ขอแอบเด็กบ้างแอบหล่อบ้างไม่เป็นไรใช่ไหม  ไหนๆพอถึงพรุ่งนี้เขาก็ต้องตื่นจากฝันแล้ว  ขณะที่ทงเฮกำลังพักและความง่วงเริ่มมาเยือน ในมุมหนึ่งที่ห่างออกไปไม่ไกลทงเฮก็เห็นว่า คิมรยออุคยืนอยู่ตรงนั้นและมองเขาอยู่ ทงเฮได้แต่คิดว่า รยออุคนั้นเป็นส่วนหนึ่งในความฝันนี้หรือเปล่าแล้วจะหายไปในวันรุ่งขึ้นหรือไม่

อีทงเฮอาจจะไม่มีทางรู้เลยว่าแค่การที่เขาเข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจ็คTD ก็ทำให้ค่ำคืนอันเหน็ดเหนื่อยของรยออุคไม่ได้ต่างอะไรกับของขวัญ ของขวัญที่ทำให้เขาได้แอบมองทงเฮมากเท่าที่เขาต้องการ เขาจะทำยังไงดีเพื่อให้ได้รู้จักและได้ใกล้ชิดทงเฮมากกว่านี้ ทำยังไงเขาถึงจะได้เป็นคนรักของทงเฮ

#HappyRyeowookDay

 

 

ความสัมพันธ์ของคนบนโลกนี้มันเกี่ยวพันกันได้ยังไง ทำไมถึงใกล้ตัวได้ขนาดนี้ คิมฮีชอลได้แต่คิดและสงสัย เขากดพิมพ์คาคาวโอแล้วลบประโยคที่ต้องการพิมพ์อยู่หลายครั้ง เขาไม่แน่ใจว่าเขาต้องการบอกอะไรเพื่อน เขาไม่แน่ใจว่าเขาควรบอกแต่ถึงเขาไม่บอก คิมรยออุค ก็ต้องไปคุยกับจองซูอยู่แล้วเรื่องทงเฮ และแทนที่จะมัวแต่คิดอยู่เขาควร..

-เดี๋ยวฉันไปหา นายอยู่ที่ห้องใช่ไหม-

ทันทีที่ส่งข้อความเสร็จเขาก็ขับรถออกจากบ้าน แล้วตรงไปยังจุดหมายปลายทางแม้ว่ามันจะเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว

 

อีทึกไม่ได้แปลกใจอะไรที่เห็นข้อความในตอนที่เขาออกมาจากห้องน้ำและเตรียมตัวจะนอน ฮีชอลก็เป็นแบบนี้แหละ เขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยก็ว่าได้ทำไมเขาจะไม่รู้จักคิม ฮีชอล อีทึกเดินไปรินนมใส่แก้วไว้สองแล้วก่อนจะย้ายร่างมาทิ้งตัวลงนั่งที่เบาะหน้าทีวีในห้องนั่งเล่น และไม่ทันที่อีทึกจะดูเอ็มวีนักร้องไอดอลสาวเพลงที่สองจบ ฮีขอลก็มาถึง เพื่อนของเขามีกุญแจห้องและอีทึกก็ไม่แม้แต่จะละสายตาจากเอ็มวี

“นายมาดูด้วยกันเร็ว” อีทึกชวน “วงนี้ Ggriend เพิ่งเดบิวท์เลยนะ”

แต่ฮีขอลไม่ได้ตอบ เขาเดินไปหยิบรีโมทจากมือเพื่อนรักและกดปิดสวิท

“ฉันมาคุย นายไว้ดูเอ็มวีวันอื่น” ไม่ได้มีสีหน้าโกรธเคืองจากคนที่ถูกเสียมารยาท

“ว่ามา มีอะไร”

“อี ทงเฮเป็นคนยังไง” ฮีขอลไม่เคยอ้อมค้อม “ฉันเป็นห่วง รยออุคสนใจอีทงเฮ..สนใจมากซะด้วย”

อีทึกนึกไม่ถึงกับข่าวที่เพิ่งได้รับรู้ เขาตอบช้าๆ

“ทงเฮเขาเป็นเด็กดีมากคนนึง ฉันเอ็นดูเขา และเขาก็ชอบผู้หญิง”

“แล้วเขาไปเจอรยออุคได้ยังไง”

“ไม่รู้สิ.. มีช่วงนึงเห็นเริ่มฝึกดื่มกาแฟ” อีทึกใช้ความคิด “อ้อ..ก่อนหน้านั้นเขาก็ไปปาตี้คนโสด”

“นายรู้จักรยออุคใช่ไหม” ฮีขอลถาม “ถ้าอีทงเฮมีชีวิตที่สบงสุขดีอยู่แล้ว ฉันก็ไม่อยากให้รยออุคไปยุ่งด้วยเลย”

“ทำไมล่ะ ทีพวกเรายังเคยเป็นแฟนกันได้เลย” อีทึกว่า ส่งผลให้คิมฮีขอลหันมองหน้าเพื่อนรักรวมทั้งอดีตคนรักที่เขาเพิ่งจะบอกเลิกไปได้เมื่อเดือนก่อน

“ฉันคิดว่าเคยพูดเรื่องของเราไปแล้ว” ฮีชอลตัดบท ตัวเขาเองเป็นคนเลื่อนสถานะจากเพื่อนสนิทให้กลายมาเป็นคนรักและก็เขาเองอีกนั้นแหละที่ผลักความรักแบบคู่รักนั้นทิ้งไปเพียงเพราะสาเหตุที่ว่าเขากลัวที่จะเสียเพื่อนรักไปหากวันไดวันหนึ่งที่ความรักไม่ลงลอย เขากับอีทึกจะไม่สามารถมองหน้ากันและเขาจะต้องเสียทั้งคนรักและเพื่อนรักไปในเวลาเดียวกัน

“ฮีขอลอ่า.. ถ้าเกิดเขาจะรักกันขึ้นมามันก็ไม่เป็นไรหรอก อย่ากังวลไปเลย แต่ฉันว่ามันจะไม่เกิดขึ้น”อีทึกพูด “ทงเฮชอบผู้หญิง ถ้าอกใหญ่จะพิจารณาเป็นพิเศษ” พูดไปก็ทำมือประกอบไปด้วย“ฉันรู้จักเขาดี อกหักก็ร้องไห้แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้เรื่องความรัก ยอมเจ็บแต่ก็ขอให้ได้รักเท่าที่เขาจะให้ความรักใครสักคนได้”

“นั่นแหละที่น่ากลัว”

“อย่าลืมว่าพวกเราเป็นได้แค่คนเฝ้ามองและให้การสนับสนุนพวกเขานะ ไม่ใช่คนที่จะไปคิดแทน หรือเลือกแทน”

“ทำไมฉันรู้สึกไม่ดีเลย” ฮีขอลจนต่อเหตุผล “ฉันสร้างเขาขึ้นมา รยออุคน่ะเหมือนฉัน เขาทะท้อนทุกอย่างเลย”

“ไม่เห็นเหมือน นายใจเสาะกว่าตั้งเยอะ” อีทึกมองด้วยปลายสายตา “แค่ความรักตัวเองยังปกป้องไม่ได้”

ความเงียบปกคลุมบรรยากาศ ฮีขอลรู้ว่าอีทึกหมายความว่าอะไร เขายกแก้วนมขึ้นดื่มเพื่อขัดขวางความอึดอัดนี้ แต่กลับเป็นการเปิดช่องว่างให้อีกคนได้เข้าใกล้ อีทึกดึงแก้วออกจากมือของฮีขอลก่อนจะยกขึ้นดื่มเองและโน้มตัวลงไปประกบริมฝีปากอิ่มของอดีตคนรักอย่างถือโอกาส

สายธารสีขาวรสนมถูกส่งผ่านจากคนที่ได้แต่เฝ้ารอคอยไปสุ่คนใจแข็ง แต่ไม่ว่าจะพยายามบอกตัวเองแค่ไหนแต่คิมฮีชอบก็ไม่อาจต้านทานความโหยหาที่มีอยู่ได้ น้ำนมอุ่นผ่านคอลงไปแต่การจูบที่มอบความรักความห่วงหาของอีทึกกำลังดำเนินอยู่ เรียวลิ้นของคนที่ห่างไกลจากคำว่าอ่อนต่อโลกด้วยกันทั้งคู่ตวัดผัดเปลี่ยนกันลิ้มรสความหวานของกันและกัน ไม่มีคำว่านุ่มนวลมีแต่ความต้องการ ความร้อนแรงที่เคยเก็บกดเอาไว้นับตั้งแต่วันเลิกรากัน อีทึกควรจะแสดงความโกรธให้มากกว่านี้ควรจะจูบให้หนัก ขโมยลมหายใจยิ่งเจียนจะขาดใจยิ่งดีเพื่อให้อีกคนรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน

 

หากว่าคิมฮีขอลจะขัดขืนเขาสักนิดมันคงดีกว่า..

ทั้งสองผละออกจากกันในนาทีสุดท้าย หอบหายใจหนัก

 

“นายรับจูบฉัน นายจูบตอบฉันทำไม” อีทึกจำต้องลุกออกมาจากโฟฟา “มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันมันโง่จริงๆ”

อีทึกเก็บแก้วนมที่ตอ