Behind the reason : chapter 4 [End]

posted on 08 Jul 2015 01:10 by ryeomashita

Chapter 4[End]

 

“ทำอะไรน่ะ” ฮีชอลพูดเสียงแข้มและตวัดสายตามองมือที่ค่อยๆโอบเอวเข้ามา “ไม่เกรงใจรยออุคก็เกรงใจทงเฮเถอะ”

“พวกเขาไปนอนแล้วไม่เห็นหรอ”

“งั้นเกรงใจฉันหน่อยมั้ย เราไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว”

“ฉันจะไม่ยอมโง่อีกแล้วคิมฮีชอล” อีทึกกระชับอ้อมแขนเข้ามา รั้งตัวอดีตคนรักให้เข้ามานั่งแนบชิด “ในเมื่อนายก็ยังรักฉัน ในเมื่อเรารักกัน..เราจะเลิกกันทำไม”

“เพราะว่า..อื้มมม”

อีทึกไม่อยากจะเถียงกับคนที่ชอบหาเหตุผลมาทรมารเขา.. จึงจำเป็นต้องปิดปากอิ่มนั้นด้วยความรักล้วนๆ ก่อนจะปล่อยให้อดีตคนรักมีลมหายใจอีกครั้งพร้อมกับริมฝีปากที่บวมเจ่อ หัวใจของฮีขอลเต้นเร็วขึ้นอีทึกก็รับรู้ได้

“ถ้านายไม่ยอมรับว่าเราคบกัน.. ก็เรื่องของนาย” อีทึกว่า “แต่นายเป็นแฟนฉันและฉันจะทำกับคนรักอย่างที่ฉันอยากจะทำ” รอยยิ้มขี้เล่นที่แฝงไว้ด้วยความจริงจังส่งมาให้ฮีชอล.. ทำเอาอีกฝ่ายหัวใจกระตุก

อีทึกหันตัวฮีชอลให้มาเผชิญหน้ากับเขา เขาถอดเสื้อของอีกฝ่ายออกและดันร่างของอีกคนให้แนบลงไปกับพื้นทรายเนื้อละเอียด..เขาถอดเสื้อของตัวเองและคล่อมทับร่างข้างใต้ก่อนจะไล่จูบอย่างอ่อนโยนตั้งแต่หน้าผากลงมาที่ปลายจมูก ริมฝีปากและลงมาที่แผ่นอก ลิ้นเปียกชื้นลากผ่านยอดอกที่ตั้งชูชัน สัมผัสหยอกเอินอัญมณีเม็ดเล็กตามแต่จะพอใจ คนรักของเขาเชิดหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่คืนนี้เป็นคืนมืดสนิทจนสามารถเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน

คิมฮีชอลก็เหนื่อยแล้วกับการห้ามใจตัวเอง

 

ค่ำคืนนี้เงียบสนิทและมีเพียงเสียงเกรียวคลื่นที่กระทบฝั่งเท่านั้นเป็นพยาน ภายใต้ฝืนฟ้าสีหมึก ในอ้อมกอดของทุ่งหญ้าและท้องทะเล คิมรยออุคและอีทงเฮได้แลกเปลี่ยนสัมผัสที่จะผูกพันพวกเขาเข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับปาคจองซูและคิมฮีชอลที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหัวใจของตัวเองได้อีกต่อไป  ละทิ้งความสงสัย กัลวลใจ และความลังเลไว้ในโลกคู่ขนาน ในตอนนี้ไม่มีอะไรมีความหมายเท่าคนที่อยู่ตรงหน้านี่เท่านั้น

 

 

#HappyRyeowookDay

 

ที่สตูดิโอของผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรง โจ คยูฮยอน

ซองมินไม่ค่อยชอบมาที่นี่มากนักเขาไม่ค่อยถูกอัถยาศัยกับเจ้าของสถานที่ แต่ในเมื่อหลักฐานทุกๆอย่างที่เขาอยากจะรู้มันโยงมาที่โจคยูฮยอน ซองมินชั่งใจชั่วครู่และตัดสินใจเข้าไป

“ลมอะไรหอบคุณมาถึงที่นี่ คุณซองมิน” เจ้าบ้านทักทายและเงยหน้าออกจากกองหนังสือที่ตนเองอ่านค้างอยู่

“สวัสดีครับ  ผมมีเรื่องจะถาม” ไมมีการอ้อมค้อม “คุณรู้จักคิมรยออุค ใช่ไหม”

“แน่นอน เขาเป็นหัวหน้าทีมออแกไนซ์แถวหน้านะ ผมก็เคยร่วมงาน”

“ไม่ ผมหมายถึง คุณรู้อดีตของเขาไหม”

อีกฝ่ายขมวดคิ้วเข้าหากัน สีหน้าครุ่นคิด คยูฮยอนรู้จักคิมรยออุคดีกว่าที่ใครๆคิด แต่เขาไม่คิดว่าคำถามแบบนี้จะมาจาก คนตรงหน้า “คุณหมายความว่า?”

“ผมรู้มาว่า พวกคุณเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยมัธยม” ถ้าจะให้ถูกต้องอดีตเพื่อนรักเพื่อนแค้น คยูแก้ไขในใจ

“อืม” สายตาไม่ละไปจากใบหน้าหวาน แม้ว่าวันนี้ซองมินจะมาหาเขาด้วยเรื่องอื่นแต่คยูฮยอนก็ไม่อยากละโอกาสที่จะได้ต่อบทสนทนานี้ไปนานๆ อีซองมินที่ไม่เคยรับไมตรีของเขา “เหมือนคุณจะรู้อะไรดีดีมานะ ผมไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน”

“คิม รยออุคเขาเป็นคนยังไง”

“ทำไมคุณถึงอยากรู้ล่ะ อย่าบอกนะว่าคุณสนใจเขา” แม้เรื่องมันจะนานแล้วแต่การได้ยินว่าคนที่คยูฮยอนกำลังสนใจนั้นกลับไปสนใจรยออุคเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร “คุณไม่ใช่คนแบบที่หมอนั่นชอบหรอก”

ซองมินได้แต่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ซองมินไม่ใช่คนที่จะชอบโภธนาให้คนอื่นรู้ว่าเขากำลังคบกับใครหรือเลิกกับใคร “ผมเพิ่งไปพบคุณคิมจงอุนมา และตามที่ผมทราบเขาเป็นแฟนเก่าของคิมรยออุค”

คยูฮยอนรู้จักคิมจงอุนเป็นอย่างดีและการที่ซองมินรู้เรื่องนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิน เขาลุกจากโต๊ะทำงานและเดินไปหาผู้มาเยือน จ้องเข้าไปในแววตาใสคู่นั้น แววตาที่เต็มไปด้วยความทุกข์แม้จะดูแข็งกร้าว

“คุณ..เป็นอะไรกับคิมรยออุค”

ซองมินไม่รู้ว่าน้ำตาที่คอยจะไหลออกมาเป็นสายทุกครั้งที่อยู่คนเดียว ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้ารยออุคมันถูกปลดปล่อยออกมาต่อหน้าคนแปลกหน้าคนนี้ได้ยังไง น้ำตาที่ไหลออกมางานเงียบๆ ไม่มีแม้เสียงสะอื้น

คยูฮยอนไม่คิดว่าจะเจอเหตุการนี้ ยิ่งกว่าคำตอบอะไร เขาได้ข้อสรุปว่าคิมรยออุคต้องมีอิทธิพลต่อซองมิน รวมทั้งสถานะของทั้งสองคนไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็กระทบใจของคนตรงหน้านี้อย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาให้อย่าแผ่วเบา

“เจ้าบ้านั่นเป็นสาเหตุให้คุณต้องร้องไห้หรอเนี่ย  ไม่อยากจะเชื่อเลย” คยูฮยอนพูดเครียดๆ “คุณซองมิน ผมจะช่วยคุณเอง คุณไม่รู้หรอกว่าผมน่ะมีบัญชีแค้นกับเพื่อนรักผมมากแค่ไหน”

“บอกผมมาให้หมด เขาทำอะไรไว้บ้าง” หางเสียงไม่มั่นคงอย่างที่เจ้าของอยากให้เป็น

ซองมินอ่า..มันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่คิมรยออุคทำให้คนอื่นต้องเสียน้ำตาน่ะ “คนเลว” อีกคนตอบ“ทำให้คู่รักเขาแตกกัน ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสนิทอย่างผม” น้ำเสียงแสดงออกถึงความคับแค้นใจอย่างชัดเจน “เขาทำทุกอย่างให้คนที่เคยแกล้งเขาเลิกกับแฟน รู้อะไรไหม..” โจคยูฮยอนไม่อาจเล่าออกไปได้ว่า ในอดีตรยออุคที่ต้องการแก้แค้นคังอิน ตั้งใจทำให้อีกฝ่ายหลงตนจนโงหัวไม่ขึ้น ทำให้คังอินเลือกที่จะทิ้งคยูฮยอนไป ทั้งๆที่รู้ว่าคังอินสำคัญต่อคยูฮยอนแค่ไหน

“คิมรยออุคไม่เคยรักใคร เขาก็แค่เล่นสนุกไปวันๆ เขาทำเพื่อแก้แค้นผู้ชายทุกคน เพื่อจะให้ตัวเองรู้สึกเหนือกว่าและมีอำนาจหากว่าเขาทำให้คุณรักเขาได้ ทำให้คุณยอมทุกอย่าง” ราวกับจะบีบหัวใจซองมินให้แหลก “แล้วเกมส์ก็จบ”

 

ซองมินรู้ว่าเขาไม่ควรทำตัวอ่อนแอแบบนี้ต่อหน้าโจ คยูฮยอน แต่เขาก็ทำไม่ได้ น้ำตาเจ้ากรรมที่เขาไม่สามารถเก็บกักมันไว้ได้อีกต่อไปไหลพรากออกมาจากดวงตาคู่สวยราวกับทำนบแตก เสียงหายใจที่พยายามกดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ยิ่งบีบหัวใจคนที่ได้ยินยิ่งนัก หรือว่านี่เองคือความจริง เบื้องหลังการเลิกรา ทั้งที่เขารักคนคนนี้เหลือเกิน ทั้งความรักและความแค้นมันอัดแน่ในหัวใจจนซองมินจนไม่รู้จะทำอะไรได้อีก

“ผมจะช่วยคุณเอง ซองมินอาคุณต้องเอาหัวใจของคุณคืน คุณไม่คู่ควรกับเขาเลย”

หากว่าคนตรงหน้าจะช่วยเขาออกจารสภาพนี้ได้ หากว่าซองมินจะไม่ต้องรักรยออุคอีกด้วยวิธีไหนก็ได้.. และด้วยสมองที่ว่างเปล่าซองมินจึงไม่ได้ปฏิเสษจูบหนักๆที่ประทับลงบนริมฝากอิ่มของเขา โดยฉวยโอกาส..ซองมินรู้

“ให้เขารู้ว่าคุณเจ็บแค่ไหน” คยูฮยอนกระซิบ “ทำลายหัวใจของเขาซะ”

ยิ้มละไมถูกส่งให้คนที่อ่อนแอ รอยยิ้มที่มีความหมายหลากหลายเหลือเกิน

 

หรือบางทีการแก้แค้นก็เป็นสิ่งที่หอมหวาน..

 

#HappyRyeowookDay

ทงเฮกำมือเข้าออกหลวมๆอย่างใจเลยขณะนั่งอยู่ในเบาะข้างคนขับของรถสปอร์ตสีแดงสด ที่กำลังจะพาเขากลับสู่กรุงโซลในสายๆของวันต่อมา มีหลายๆสิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนแต่สิ่งที่ทงเฮกำลังคิดถึงไม่ใช่ความเร่าร้อนที่เขาเพิ่งเคยสัมผัสในรูปแบบใหม่ แต่เป็นกิจกรรมหลังจากนั้น ทั้งที่เหนื่อยจนอยากจะหลับแต่ในเมื่อมีใครบางคนกุมมือและกึ่งนั่งกึ่งนอนจ้องหน้าเขาอยู่ไม่ห่างทำให้ทงเฮพลอยอดนอนไปด้วย ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้ทงเฮรู้ว่านี่สินะความรู้สึกของคนที่ถูกรักและกำลังมอบความรักให้กับอีกฝ่าย นี่น่ะหรอความรู้สึกของคนเวลามีแฟน

แม้คำว่า เจอกันที่ร้านกาแฟวันพุธนี้นะ จะไม่ใช่คำบอกลาที่น่าประทับใจแต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะสื่อว่าทงเฮจะได้เจอรยออุคอีกในไม่กี่วัน.. กับสถานะใหม่ คนรัก มันไม่เร็วไปใช่ไหมที่เขาจะใช้คำนี้

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า” พี่อีทึกที่กำลังทำหน้าที่สารถีถาม “เปิดหน้าต่างไหม นายดูซีดๆนะ”

“ผมไม่เป็นอะไรครับพี่.. พี่ครับ..พี่คืนดีกับพี่ฮีชอลแล้วใช่ไหม” ทงเฮถามบ้าง “ผมไม่รู้มาก่อนเลย ตอนแรกผมก็คิดว่าผมผิดปกติอยู่คนเดียวซะอีก” อีทึกได้แต่หัวเราะ

“ก็พี่อยากให้นายเลือกด้วยตัวเองไงล่ะ เลือกด้วยหัวใจเองแม้ว่ามันจะโดนมองว่าประหาด ถ้าหากนายเลือกเองนายก็จะพาความรักของนายเดินทางไปได้อีกไกล”

ความรักหรอ?  ทงเฮเชื่อในความรักนะ

“แล้วพี่ล่ะพี่อีทึกชอบเขา มานานแล้วหรอครับ” คำถามจากทงเฮทำให้อีทึกค่อยๆคิด

“นาน นานมากเลยล่ะเพราะตอนแรกพี่กลัว.. ถ้าบอกไปอาจจะต้องเสียเพื่อนรักไป” ทงเฮตั้งใจฟัง “สิบสองปีที่รักอยู่ข้างเดียวเงียบๆ” ทงเฮเบิกตาโตอย่างทึ่งๆ “พี่ฮีชอลเขาก็มีแฟนไปหลายคนละ พี่ปล่อยให้เสียเวลาจริงๆเลย”

“ผม..กับรยออุคเรา..”ทงเฮอยากจะบอกอะไรสักอย่าง “เพิ่งเริ่มต้นเอง..” ความกังวลในน้ำเสียงทำให้พี่ใหญ่ยิ้มอีก

“กลัวอะไร” ละมือจากพวกมาลัยเพื่อมาลูบผมน้องชาย “อย่างน้อยเรื่องนั้นรยออุคเขาก็เก่งใช่มั้ยล่ะ”

แต่อีกฝ่ายหน้าแดงขึ้นมาทันที ตกใจ “พี่หมายถึงอะ.. อะไร”

“เปล่า” หน้าตาย “นายนี่น่ารักจริงๆ”

 

#HappyRyeowookDay

 

 

“ไม่ได้นะ!!” รยออุคหันขวับมาทางคนรักของเขา “อีทงเฮ อย่า รับ งาน นี้”

ทั้งสองคนกำลังเดินเล่นเรียบไปตามคองชองเกซอนในบรรยากาสโพล้เพล้ สองมือกุมกันไว้และทงเฮก็รู้สึกได้ว่าโดนกระชับมือแน่นขึ้นเพื่อให้เขาหยุดเดิน

“ทำไม”

“ไม่ได้..ฉันไม่อยากให้ทงเฮไปยุ่งกับ โจ คยูฮยอน” รยออุคหน้านิ่วคิ้วขมวด เป็นท่าทางจริงจังที่ดูน่ารักมากกว่าจะดูซีเรียสในสายตาของอีกคน “หมอนั่นเชื่อไม่ได้”

“เขาจะให้ฉันไปเล่นเป็นตัวประกอบแค่นั่นหรอกน่า” ทงเฮว่า “นายไม่ดีใจหรอถ้าแฟนนายได้เป็นดาราน่ะ เงินดีนะ” ยกมือขึ้นมาสูงและประกบฝ่ามืออีกข้างทับไปบนหลังมือของรยออุค มือของทงเฮสากเพราะการทำงาน

“เงินดีกว่าช่างซ่อมรถ เยอะเลย”

มืออบอุ่นที่นิ่มกว่าถูกทงเฮกุมไว้ และในฐานะคนรัก เขาไม่เคยอยากเป็นคนที่ดีขึ้นแบบนี้มาก่อน

“นายบอกว่านายอยากเปิดร้านกาแฟไม่ใช่หรอ มันต้องใช้ทุนใช่ไหมล่ะ..”

“ทงเฮ.. ฉันขอร้อง ฉันอยู่ในวงการมายาพวกนี้มามากกว่านายนะ เชื่อฉันเถอะ” รยออุคอ้อนสุดชีวิต

“ฉันหาเงินได้เยอะ นายไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นนะ” รยออุคไม่รู้ตัวว่าตนเองพูดจาพลาดไปแล้ว

“..ก็ได้” ทงเฮออกเดินไปล้ำหน้าไป “พูดขนาดนี้ฉันไม่รับงานก็ได้”

เขาเข้าใจแล้วว่าหากคิดจะทำอะไรบางทีคงต้องเก็บเป็นเซอร์ไพร์

รยออุคครายกังวลลง..หยอกคนรักเล่น “ถ้าทงเฮรวยขึ้นมาฉันก็แย่สิ..เพราะมือนายมันก็จะไม่สากอีก”

“เดินตามมาได้แล้ว เพ้อเจ้ออะไร”

“ทงเฮอ่า เวลาเราอยู่ด้วยกัน ฉันชอบสัมผัสจากมือนายที่สุดเลย แค่มือสากๆของนายเท่านั้น”

นอกจากรยออุคจะอ้อนเก่งแล้วยังหน้าด้านอีกด้วย เขาตามคนรักมาอย่างไวก่อนจะแบ็คฮักอย่างน่ารัก “วันนี้ที่ไหนดี..หอฉันหรือหอนาย? หรือในรถฉัน?” ก็แค่อยากบอก “ฉันรักนาย อีทงเฮ เชื่อฉันนะ”

 

แต่คืนนี้ไม่ได้ไปจบที่ไหนทั้งนั้น ทงเฮบอกรยออุคว่าเขาไม่ว่างและจะไปสังสรรค์กับเพื่อนที่อู่ รยออุคคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากตั้งแต่เขาเริ่มคบกับทงเฮ เขาเอาแต่อ้อนและบอกรัก เขากลัวว่าจะต้องเสียทงเฮไปเหมือนกับคนรักคนเก่าทั้งหมดที่เคยผ่านมาในชีวิตรยออุคและก็ผ่านไป เขาไม่กล้าแม้แต่จะแกล้งงอนทงเฮเกินสองวัน รยออุคแพ้ทางทงเฮอย่างแท้จริงยกเว้นเรื่องบนเตียงเท่านั้นที่รยออุครู้สึกว่าตัวเองพอจะมีอำนาจต่อรองอยู่บ้าง

 

 

“สวัสดีครับ ฝากตัวด้วยนะครับ” ทงเฮมาถึงสถานที่นัดพบ

“สวัสดีครับ คุณอ่านบทหรือเปล่า” โจ คยูฮยอนลุกขึ้นต้อนรับทันที เมื่อนักแสดงของเขามาถึงร้านกาแฟ

“อ่านมาครับ ผมท่องมาหมดแล้ว ผมต้องทำยังไงบ้างครับ”

“ตรงนี้เลยครับ” ผู้กำกับคยูฮยอนยิ้มแล้วผายมือไปที่เกาอี้ตรงข้าม

มีตากล้องและคนที่ท่าทางเหมือนสไตลิส รวมทั้งช่างแต่งหน้ารออยู่ด้านนอก ทงเฮแค่ต่อบทกับผู้กำกับโจ และเสร็จสิ้นในเวลาสามสิบนาที ก่อนจะต้องรอไปอีกเกือบสองชั่วโมงที่คนอื่นๆก็มาทดสอบบทเช่นเดียวกัน

“คุณทงเฮ” ผู้กำกับโจเอ่ยชื่อเขา และหัวใจของทงเฮเต้นรัวเพราะความคาดหวัง “คุณมีผู้จัดการหรือเปล่าครับ”

รอยยิ้มที่มีแต่ความสดใสถูกส่งมาให้ทงเฮ ชนิดที่เจ้าตัวต้องไม่รู้แน่ว่าคนที่ยิ้มต้องการอะไร “นี่คุณ อีซองมิน หนึ่งในทีมงานของผม ถ้าไม่รังเกียจช่วงนี้ ถ้าคุณหาคนไม่ได้ให้เขาเป็นผู้จัดการให้ได้นะครับ” ซองมินคนที่มีดวงตาเป็นประกายและดูใจดียิ้มมาให้ทงเฮ “แล้วเราจะได้เซ็นสัญญากันเลย ยินดีด้วยครับ”

“ขอบคุณครับ ผมจะทำงานให้หนักครับ” รอยยิ้มกว้างถูกระบายอยู่บนใบหน้า

ทงเฮจรดปากกาและเซ็นลายเซ็นตัวขยุกขยุยลงบนกระดาษที่มีรายระเอียดของการรับงานแสดงซีรี่ความยาว 16 ตอนเรื่อง

“นางสาวแพนด้ากับนายเม่น” ในบทนักแสดงนำฝ่ายชาย

 

 

“ดังใหญ่แล้ว ทงเฮอ่า” พี่ชินดงที่เพิ่งรู้ข่าวพูด “ถ้านายดังแล้ว นายห้ามลืมพี่นะ เบอร์โทรของสาวๆนายต้องหามาฝากพี่ด้วย”

“ผมจะไปมีเบอร์สาวได้ไงพี่” ทงเฮโวย “แล้วก็เงียบๆเลยนะฮะ นี่เป็นความลับ ถ้าใครถามก็บอกว่าผมได้บทตัวประกอบ”

ชินดงฮีพยักหน้าหงึกๆ “นายน่าจะให้ฉันเป็นผู้จัดการ”

“มีอะไรกัน” อีทึกเพิ่งกลับมาจากงานมอเตอร์โชว์ที่อู่ของพวกเขาไปออกบูท พร้อมด้วยพนักงานอู่คนอื่นๆ

“เป็นตัวประกอบหรอ?”

“อื้ม” ทงเฮว่า “ใช่ครับ ผมได้งานในวงการบันเทิงด้วยครับพี่”

“แล้วนี่รยออุครู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

“ผมยังไม่บอกเขาหรอก พี่ก็ต้องช่วยปิดไว้ก่อนนะฮะ” ทงเฮว่า “ให้ผมประสบความสำเร็จก่อน ผมจะบอกเขาเอง”

ทงเฮตกอยู่ในวงล้อมของบรรดาเพื่อนๆในอู่ ทุกคนยินดีกับเขาและคาดหวังว่าทงเฮจะต้องไปถอยรถบีเอ็มใหม่ๆมาสักคนเร็วๆนี้แน่ มันเหมือนความฝันและมันยังคงเป็นความฝัน จนกว่าทงเฮจะได้เริ่มถ่ายทำจริงๆจนกว่าเขาจะได้เงินค่าตอบแทนมาก้อนใหญ่ทงเฮถึงจะเชื่อ

#HappyRyeowookDay

 

คิม คิบอม  เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวช้าๆเผื่อว่าเขาจะได้มีโอกาสคุยกับรุ่นพี่คนที่ฮอตที่สุดในอู่ตอนนี้ อีทงเฮ  คิบอมสนใจใส่ใจพี่ชายคนน่ารักคนนี้เป